ความดันโลหิตสูง กับโรคไต เกี่ยวกันอย่างไร?

“ไต” เป็นอวัยวะที่มีหลอดเลือดมากที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด ความดันโลหิตสูงก็มีผลต่อหลอดเลือดที่ไต ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ จนถึงขั้นไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ขาบวม อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรงจากภาวะซีด ซึ่งมักพบในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง และคลื่นไส้ อาเจียน ซึมลง ในผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย

ความดันโลหิตสูง กับการรับประทานอาหารเค็ม

โดยปกติเมื่ออายุมากขึ้นความดันโลหิตจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยพบว่าผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป จากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในหลายประเทศแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การรับประทานเค็มมากๆ จะส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ นอกจากนี้ การรับประทานเค็มยังทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นตามลำดับ เนื่องจากมีผลทำให้ผนังกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวขึ้น และส่งผลให้อัตราการกรองของเสียผ่านไตเพื่อขับถ่ายออกทางปัสสาวะมากขึ้น

อีกทั้งการรับประทานเค็มยังทำให้อัตราการขับโปรตีนอัลบูมินออกทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งการตรวจพบปริมาณอัลบูมินในปัสสาวะถือเป็นตัวบ่งชี้ของภาวะไตเสื่อมในระยะแรก หรือกล่าวง่ายๆ คือ ทำให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้นนั่นเอง

ในทางตรงกันข้าม จากการสำรวจประชากรที่ไม่ใช้เกลือในการปรุงอาหารเลยพบว่า ความดันโลหิตของประชากรในกลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามอายุเช่นเดียวกับประชากรทั่วไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการรับประทานเค็มเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง

ควบคุมความดันโลหิตสูง แค่ลดรับประทานอาหารเค็ม

ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรทำความเข้าใจในความหมายของคำว่า “เค็ม” และ “เกลือ” ตามความหมายของแพทย์ให้ถูกต้อง คำว่า “เกลือ” หรือนักวิชาการบางท่านใช้คำว่า “เกลือแกง” หมายถึง สารที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมคลอไรด์ (Sodiumchloride: NaCl) โดยทั่วไปใช้สำหรับปรุงอาหารเพื่อให้รสเค็ม เกลือโซเดียมมีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ควบคุมความดันโลหิตสูง ป้องกันเสี่ยงโรคไต

  • ลดน้ำหนัก
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วขณะ ถึงแม้ว่าการเลิกสูบบุหรี่อาจไม่มีผลต่อการลดความดันโลหิตในระยะยาว แต่จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ ถุงลมโป่งพอง และมะเร็งอีกหลายชนิด ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยและคนใกล้ชิด
  • ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรจำกัดปริมาณให้น้อยกว่าวันละ 2 แก้ว

การดูแลไต

✔ เพลาหวาน เบาเค็ม
✔ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
✔ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
✔ เลือกกินโปรตีนจากปลา
✔ เลือกทานสารชีวโมเลกุลที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของไต เช่น ทอรีน แอลอาร์จีนีน และโคลีน เป็นต้น
✔ ลดผลไม้ที่มีโพแทสเซี่ยมสูง
✔ เลี่ยงผักและผลไม้ที่มีกรดออกซาลิกสูง เช่น หน่อไม้ เป็นต้น
✔ ล้างอาหารให้สะอาด ปรุงให้สุก
✔ ไม่กินยาโดยไม่จำเป็น เช่น ยาแก้ปวด
✔ อย่ากลั้นปัสสาวะบ่อย
✔ พักผ่อนให้เพียงพอ

จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลโดยให้ผู้ป่วยโรคไตในภาวะไตวายทานถั่งเช่า 3-5 กรัมต่อวันพบว่าการทำงานของไตในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพดีขึ้นและสามารถลดอาการแทรกซ้อนต่างๆที่เกิดจากไตวายได้หลังจากให้ทานถั่งเช่าต่อเนื่องเป็นเวลา1เดือนเช่นช่วยลดความดันเลือดบรรเทาอาการโลหิตจาง ช่วยลดระดับโปรตีนในน้ำปัสสาวะ

>