นอนไม่หลับทำไงดี?

หลายคนคงเคยประสบปัญหาเรียน ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ตกดึกก็อยากจะหลับให้เต็มอิ่มสักหน่อย แต่ไม่รู้ทำไมตอนกลางคืนหนังตากลับตึง ไม่ง่วงหนังตาหย่อนเหมือนตอนเช้าเลยล่ะ ขืนเป็นอย่างนี้นานวันเข้าจะเสียการเสียงาน เสียสุขภาพจิตเอานะ ถ้าอยากนอนหลับสบายเหมือนเดิม แถมอาการนอนไม่หลับส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด ถ้านอนไม่หลับบ่อย ๆ ติดต่อกันหลายสัปดาห์ อาจกลายเป็นอาการเรื้อรัง ส่งผลต่ออารมณ์ ความจำ การตื่นตัวของร่างกาย ทำให้อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง รวมไปถึงแก่เร็วด้วยนะคะ

การนอนไม่หลับส่งผลกระทบอย่างไร ?

  • คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง
  • อัตราของการขาดงานเพิ่มขึ้น
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
  • ความสามารถในการดำเนินชีวิตลดลง
  • อาจเกิดประสบอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งมีรายงานว่า หากขับรถ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 2.5 เท่า
  • มีการใช้บริการทางแพทย์สูงขึ้น อันเนื่องมาจากปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เฉื่อยชา รู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิด ขาดสมาธิ เป็นต้น
  • การนอนไม่หลับ ในผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคทางจิตเวช มีรายงานพบว่าอาจเสี่ยงต่อการเป็นซ้ำอีก รวมถึงเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าด้วย

10 วิธีแก้อาการนอนไม่หลับ

1.จัดห้องนอนให้เหมาะสมแก่การนอน เช็ครอบห้องให้ดี อย่าให้มีเสียงรบกวนแทรกเข้ามาได้ ควรปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสมไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป สำคัญเลยคือ ห้องนอนควรมืดสนิท เพื่อการนอนหลับที่ดี มีประสิทธิภาพ


2.พักสมอง หยุดทำกิจกรรมเครียด ๆ อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะจะทำให้คุณไม่อยากนอน นอนไม่หลับ หรือแม้แต่หลับไม่สนิท เพราะเก็บเอาสารพัดเรื่องในหัวไปคิดหรือฝัน (ร้าย)


3.ปล่อยให้ท้องว่าง อย่าจัดหนักมื้อเย็นใกล้เข้านอน เพราะหลังกินอาหารร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการย่อย ยิ่งถ้ากินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ก็ยิ่งใช้เวลาย่อยนานขึ้น การกินอาหารแล้วนอนทันที นอกจากจะทำให้กระบวนการย่อยไม่สมบูรณ์แล้ว ยังอาจทำให้นอนไม่หลับและเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ด้วย


4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หลังช่วงบ่ายจนถึงช่วงก่อนนอน

5.ออกกำลังช่วงเย็น ถ้าคุณนอนหลับยาก การออกกำลังกายในช่วงเย็น หรือ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอนเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้หัวถึงหมอนนอนหลับได้ทันที


6.ไม่ควรงีบหลับในตอนกลางวัน เพราะอาจรบกวนการนอนในยามค่ำคืนได้ ถ้าง่วงจนทนไม่ไหวจริงๆ ก็อย่างีบหลับเกิน 1 ชั่วโมงเป็นอันขาด


7.อาบน้ำร้อนก่อนเข้านอน ความตึงเครียดของร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันของคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย ขึ้นมาทันที ส่วนสาว ๆ ที่โปรดปรานการแช่ในอ่างอาบน้ำ ขอแนะนำให้หยดลาเวนเดอร์หรือคาโมมายล์ลงไปสักหน่อย ยิ่งช่วยให้หลับสบายขึ้น หรือจะแค่แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนเข้านอนก็ช่วยได้ได้เหมือนกัน


8.นอนให้เพียงพอ อย่านอนมากเกินไป หลังตื่นนอนควรลุกออกจากเตียง แล้วเดินไปสูดอากาศยามเช้าซะดีกว่า


9.เข้านอน และตื่นนอนให้เป็นเวลา ทำให้ติดเป็นนิสัย ไม่ใช่ว่าคืนนี้นอนดึก พรุ่งนี้ขอตื่นสายสักนิดได้ไหม? ตอบเลยว่า ไม่ได้ ไม่งั้นอาจจะกระทบกับเวลานอน ทำให้อาการนอนไม่หลับกลับมาอีก


10.กล้วยหอม เมนูคลาสสิก แค่ปอกกล้วยหอมเข้าปาก อาการนอนไม่หลับก็กลายเป็นปัญหากล้วย ๆ สมชื่อ เพราะผิวของกล้วยหอมมีฤทธิ์เหมือนยานอนหลับกลาย ๆ และมีอะมิโนแอซิดที่เรียกว่า ทริปโตฟาน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นเซโรโทนิน (Serotonin) เมื่อกินแล้วจะช่วยคลายเครียดคลายกังวล ทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น

>