รับประทานถั่งเช่าต้องระวังอะไรบ้าง

ถั่งเช่า มีสรรพคุณ ที่ช่วยลดการ ดูดซึมน้ำตาล เข้าสู่กระแสเลือด ได้ดี แต่ในการใช้ ก็ต้อง ระมัด ระวัง มิใช่น้อย เช่นกัน เพราะ.. เมื่อร่างกาย ได้รับ อินซูลินมากเกินไป คือ ทั้งยา โรงพยาบาล ทั้ง ถั่งเช่า จนเกิดการ เสริมฤทธิ์ กัน ทำให้ เกิดภาวะน้ำตาล ในเลือดต่ำ อาจถึงขั้น หมดสติ ที่เรียกว่า อาการช็อคน้ำตาล

เป็น อาการที่เกิดเมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลเลือดต่ำมาก (hypoglycemia) อาจมีอาการทางสมอง เช่นรู้สึกโหวงเหวง หงุดหงิดง่าย มือไม้สั่น หรืออาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ sympathetic เช่น เหงื่อแตก และใจสั่น

ตัวอย่าง ผู้ป่วยที่กำลังรักษา ด้วย ยาแผนปัจจุบันอยู่ เช่น ยาเม็ด ลดระดับน้ำตาลในเลือด

ยาเม็ดลดระดับน้ำตาลออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ยาเสริมการออกฤทธิ์ของอินซูลิน Agents Enhancing the Effectiveness of Insulin ยาในกลุ่มนี้ไม่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำยาในกลุ่มนี้ได้แก่
Metformin
Troglitazone
Acarbose

2. ยาเพิ่มการหลั่งของอินซูลิน Agents Augmentating the supply of Insulin ยาในกลุ่มนี้เพิ่มการหลั่งของอินซูลิน ได้แก่
Sulfonylurea
Repaglinide
Insulin
Sitagliptin

การนำ ถั่งเช่า มาใช้รักษาอาการของ เบาหวาน จำเป็นต้อง ตรวจสอบก่อนว่า.. ในรายการ ยาโรงพยาบาล มียาเหล่านี้ หรือไม่

ถ้ามี ก็จำเป็นต้อง ปรับยาเพื่อให้ได้ค่าน้ำตาลเฉลี่ยได้ตามเป้าหมาย ภายใน 3-6 เดือน ในบางรายภายใน 1-2 สัปดาห์ (ปกติ ผู้ป่วย เบาหวาน มักมี เครื่องตรวจน้ำตาล ปลายนิ้ว ใช้อยู่แล้ว) การใช้ ถั่งเช่า จึงต้อง ปรับลด ยาโรงพยาบาล ลง เป็นสัดส่วน ที่พอดี และ รับ ถั่งเช่า เสริม ควบคู่ไป..

หาก ผลน้ำตาล มีแนวโน้ม ดีขึ้น จึงค่อยๆ ลด ยาโรงพยาบาล ลงอีก และ เพิ่มถั่งเช่า จนกระทั่ง ได้เป้าหมาย ที่พอใจ (ซึ่งเป็น เกณฑ์ น้ำตาลในเลือด ที่ปกติ) ต่อจากนั้น จึงสามารถ หยุดยาเคมี และ รับประทาน ถั่งเช่า เพื่อการรักษา เพียงอย่างเดียวได้

>