รู้หรือยัง เด็กก็เป็นเบาหวานได้!!

แม้โรคเบาหวานจะพบมากในคนสูงอายุ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก โรคเบาหวานที่พบในวัยเด็กและวัยรุ่นแบ่งได้ 3 ชนิด
1.โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ป่วยทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน จึงทำให้มีภาวะขาดอินซูลินตามมา
2.โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน และ
3.โรคเบาหวานที่เกิดจากสาเหตุอื่น ได้แก่ ภาวะความ ผิดปกติของสารพันธุกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาของตับอ่อน การติดเชื้อ รวมถึงยาบางชนิด

โดยเบาหวานชนิดที่พบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่น ส่วนใหญ่เกิดจากเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งสาเหตุการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากภาวะความเสี่ยงทางพันธุกรรม และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ร่วมกับปัจจัยทางสภาวะแวดล้อม เช่น การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายเซลล์สร้างอินซูลินในตับอ่อน

อาการของเด็กที่พบว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากมีภาวะขาดอินซูลินจึงไม่สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดเข้าไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆ มีภาวะขาดน้ำตาลหรือพลังงาน ร่วมกับการมีน้ำตาลสูงในกระแสเลือด

เบาหวานในเด็ก…สังเกตได้อย่างไร

คุณพ่อคุณแม่สามารถเช็คความเสี่ยงของลูกน้อยที่จะเป็นโรคเบาหวานได้จากการสังเกตพฤติกรรมการรับประทานอาหาร อย่างเด็กอ้วนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะสังเกตได้ว่าช่วงตรงคอจะมีรอยดำและหนา คล้ายกับขี้ไคลซึ่งเป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายเริ่มดื้อต่ออินซูลินแล้ว หรือหากลูกปัสสาวะบ่อยและมีมดมาตอม หิวน้ำ กินเยอะ อ่อนเพลียง่าย เมื่อมีแผลจะหายช้า ก็สามารถสันนิษฐานในเบื้องต้นก่อนได้เลยว่า ลูกเรากำลังเป็นโรคเบาหวาน แต่เพื่อความแน่นอน ควรพาไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดว่าปกติหรือเปล่า ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าปกติหลังจากอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงแล้ว ยังมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก็ถือว่าเด็กกำลังเป็นโรคเบาหวานแล้ว

วิธีการตรวจหาเบาหวานตรวจจากเลือด

ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (อย่างน้อย 8 ชั่วโมง) มากกว่า หรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าเป็น “เบาหวาน” หรือถ้าระดับน้ำตาลหลังอาหาร หรือ หลังกินน้ำตาล (ตามแพทย์สั่ง) เป็นเวลา 2 ชม. มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก็ถือว่าเป็นเบาหวานเช่นกัน
ลองสังเกตดูนะคะว่าบุตรหลานของท่านมีปัจจัยเสี่ยง หรืออาการที่เข้าได้กับเบาหวานหรือไม่ ถ้ามีควรมารับการตรวจวินิจฉัยจากกุมารแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต ตา และหลอดเลือดในอนาคต

>