รู้ได้อย่างไรว่าปวดหัวไมเกรน?

โรคไมเกรน

เป็นโรคที่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเฉพาะตัวที่สำคัญ คือ อาการปวดศีรษะ โดยมักปวดข้างเดียว หรือเริ่มปวดข้างเดียวก่อนแล้วจึงปวดทั้ง 2 ข้าง แต่ละครั้งที่ปวดมักจะย้ายข้างไปมาหรือย้ายตำแหน่งได้ บางครั้งอาจปวดทั้ง 2 ข้างขึ้นมาพร้อมๆ กันตั้งแต่แรก ผู้ป่วยโรคไมเกรนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย และมักเป็นในผู้ที่มีความเครียดทางอารมณ์และจิตใจสูง

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไมเกรน

ปัจจุบันสาเหตุของไมเกรนยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากความผิดปกติที่ระดับสารเคมีในสมอง การสื่อกระแสในสมอง หรือการทำงานที่ผิดปกติไปของหลอดเลือดสมองก็ได้ ปัจจุบันจากหลักฐานข้อมูลทางระบาดวิทยาเชื่อว่า ไมเกรนสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่จะเกิดอาการหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่มากระทบตัวผู้ป่วย

ลักษณะอาการปวดหัวไมเกรน

มักปวดตุบๆ เป็นระยะๆ แต่มีบางคราวที่ปวดแบบตื้อๆ
ส่วนมากจะปวดรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก โดยจะค่อยๆ ปวดมากขึ้นทีละน้อยจนกระทั่งปวดรุนแรงเต็มที่แล้วค่อยๆ บรรเทาอาการปวดลงจนหาย
ขณะที่ปวดศีรษะมักมีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย
ระยะเวลาปวดอาจจะนานหลายชั่วโมง ส่วนใหญ่จะนานไม่เกิน 1 วัน ในบางรายอาจจะมีอาการเตือนนำมาก่อน เช่น สายตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงกระพริบๆ อาการปวดนั้นไม่เลือกเวลา บางรายอาจจะปวดกลางดึก หรือปวดตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมา บางรายปวดตั้งแต่ก่อนเข้านอนจนกระทั่งตื่นนอนก็ยังไม่หายปวด

ปวดหัวแบบไหนเรียกว่า “ไมเกรน”

อาการของไมเกรนแบ่งเป็นระยะต่างๆได้ดังนี้

1.อาการนำ (Prodome symtoms) มีอาการผิดปกติทางสมองแบบทั่วๆไป เช่น รู้สึกเหนื่อยเพลีย มีความรู้สึกตื้อๆ มีอาการบวมน้ำของร่างกาย หงุดหงิดง่าย ทนต่อแสงเสียงไม่ค่อยได้ คิดช้าทำช้า มีความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร รู้สึกอยากอาหารมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอาหารรสหวาน เบื่ออาหาร ถ่ายอุจจาระบ่อย อาการเหล่านี้มักจะนำมาก่อนประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งอาการในช่วงนี้มักเกิดจากการสั่งการของสมองส่วนไฮโปทาลามัส

2.ช่วงออร่า (Aura phase) ผู้ป่วยไมเกรนประมาณหนึ่งในสามจะมีอาการออร่า เป็นอาการทางระบบประสาท โดยมักจะมีความผิดปกติทางด้านการมองเห็น เช่น การมองเห็นแสงสีที่ผิดปกติ โดยแสงสีที่เห็นมักจะเป็นแสงระยิบระยับ หรือเป็นแสงรูปซิกแซก ในผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกได้ อาการมักจะเป็นอยู่ประมาณ 30 นาที

3.ระยะปวดศีรษะ (Headache) ส่วนใหญ่จะปวดศีรษะข้างเดียว ลักษณะอาการปวดจะเป็นอาการปวดตุบๆ ตามการเต้นของชีพจร หรืออาการปวดเหมือนมีอะไรมารัด มักจะเริ่มเป็นช้าๆ ในเวลา 30-60 นาที จนมีอาการปวดมากที่สุด และอาการจะคงอยู่ครึ่งวันหรือตลอดวัน หรือบางคนอาจจะคงมีอาการปวดศีรษะได้ถึง 72 ชั่วโมง และจะค่อยๆหายไป อาการปวดในตำแหน่งต่างๆ จะย้ายที่หรือย้ายข้างได้ หรือเป็นทั้ง 2ข้าง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในการปวดแต่ละครั้ง หรือเกิดในครั้งเดียวกัน อาการปวดศีรษะมักจะมีอาการมากขึ้นเวลาขยับศีรษะ หรือเวลาออกแรงเดินปกติ ขึ้นหรือลงบันได ช่วงที่มีอาการปวดศีรษะ มักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย ได้แก่ อาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร แพ้แสงจ้า แพ้เสียงดัง ไวต่อกลิ่น หงุดหงิด ปวดต้นคอ คล้ายจะเป็นลม อาการในช่วงนี้เกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดในสมอง จากสารสื่อประสาทที่เรียกว่า CGRP ที่หลั่งออกมาจากเซลล์ประสาทของสมองคู่ที่ 5 (Trigeminal nerve) และทำให้เกิดสภาวะการอักเสบในบริเวณเส้นเลือดที่เลี้ยงเยื่อหุ้มสมอง

4.ระยะหาย (Post drome) อาการสำคัญคืออาการอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ไม่แจ่มใส ปัสสาวะมาก หรือกระหายน้ำ อาการเหล่านี้จะเป็นอยู่ 1 ชั่วโมงถึง 4วัน โดยเฉลี่ยประมาณ 2 วัน

การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคไมเกรน?

ลักษณะต่างๆ ของอาการปวด เช่น ตำแหน่ง ความรุนแรง ลักษณะการปวด การดำเนินของการปวด
อาการที่เกิดร่วมด้วย เช่น ไข้ ตาแดง ตาโปน น้ำมูกมีกลิ่นเหม็น คลื่นไส้ เวียนหัว
ความผิดปกติของการทำงานของสมองหรืออวัยวะต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาการปวด เช่น ความคิดอ่านเชื่องช้า มองเห็นภาพซ้อน แขนขาอ่อนแรง เดินเซ
ปัจจัยกระตุ้นอาการปวด เช่น ความเครียด แสงจ้าๆ อาหารบางชนิด อดอาหาร นอนหลับไม่เพียงพอ
ปัจจัยทุเลาอาการปวด เช่น การนอนหลับ การนวดหนังศีรษะ ยา
แพทย์อาจต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้การวินิจฉัยแยกโรคที่อาจมีอาการคล้ายคลึงกับโรคไมเกรน

การรักษาโรคไมเกรน

การรักษาที่สำคัญ ได้แก่ การบรรเทาอาการปวดศีรษะ และการป้องกันไม่ให้เกิดหรือลดความถี่ ความรุนแรงของอาการปวดศีรษะ อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยา เช่น การนวด การกดจุด การประคบเย็น การประคบร้อน หรือการนอนหลับ ในรายที่ไม่ได้ผลหรืออาการปวดรุนแรงจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด
การป้องกันไม่ให้เกิด หรือลดความถี่ ความรุนแรงของอาการปวดศีรษะ ได้แก่ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การกำจัดความเครียดอย่างเหมาะสม รวมถึงการรับประทานยาป้องกันไมเกรน โดยแพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาป้องกันเมื่อมีอาการปวดศีรษะบ่อยมาก เช่น สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งขึ้นไป หรือแม้ปวดไม่บ่อยแต่รุนแรงมาก หรือนานต่อเนื่องกันหลายวัน ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์

กัญชารักษาไมเกรนได้ไหม?

จากผลการศึกษาในปี 2016 ของ School of Pharmacy and Pharmaceutical Sciences มหาวิทยาลัย โคโรลาโด* โดยเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยไมเกรนที่ใช้กัญชาในการรักษา 121 ตัวอย่าง พบว่า

– 85% ของผู้ป่วย มีอาการดีขึ้น
– อัตราเฉลี่ยของการปวดหัวไมเกรนลดลง จาก 10.4 ครั้ง ต่อเดือน เหลือ 4.6 ครั้งต่อเดือน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะใช้กัญชาในหลายรูปแบบ และใช้แบบรายวัน เพื่อป้องกันการปวดหัว
– 11.6% ของผู้ป่วยไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง รวมถึงมีผลข้างเคียงด้านลบของกัญชา ที่พบมากสุดคือ ง่วงซึม
– 2% มีอาการที่รุนแรงขึ้น

ถั่งเช่าGevit มีสารสำคัญช่วยรักษาอาการของไมเกรน ปวดศรีษะ บ้านหมุน ภาวะความเครียด ได้อย่างดีเยี่ยม
✅ช่วยบำบัดและรักษาอาการอ่อนเพลีย ทำให้หลับลึก หลับสบายไม่ตื่นกลางดึก
✅ปรับสมดุลของความดันโลหิตในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ขยายหลอดเลือดหัวใจเพิ่มการไหลเวียนของเลือด บำรุงหัวใจ 
✅กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนต่อมหมวกไต ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญกับร่างกายอย่างมาก
✅มีสรรพคุณรักษาภูมแพ้ ไซนัส ปอดอักเสบ ป้องการอักเสบของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้เป็นปติ

>