ไตวายเรื้อรัง ภัยร้ายจากเบาหวาน

โรคไตจากเบาหวาน เป็นโรคไตชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวาน โรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดโรคไตได้ ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานผู้ใหญ่เป็นโรคไตร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อนทางไตจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ภาวะแทรกซ้อนทางไตที่เกิดจากโรคเบาหวานโดยตรงมักเกิดขึ้นหลังเป็นโรคอย่างน้อย 5 ปี แต่ส่วนใหญ่มักเกิดหลัง 15-25 ปี โดยในระยะแรกจะไม่มีอาการใดปรากฏให้ทราบแม้จากการตรวจเลือด แต่จะทราบได้จากการตรวจปัสสาวะพบโปรตีนซึ่งมีปริมาณไม่มากในระยะต้น ต่อมาปริมาณโปรตีนจะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จนอาจมีการสูญเสียโปรตีนในปัสสาวะมาก ทำให้โปรตีนในเลือดลดต่ำลงและผู้ป่วยมีอาการบวมเกิดขึ้น ในช่วงเวลานี้การทำงานของไตอาจยังดีอยู่หรือลดลงเพียงเล็กน้อย ต่อจากนั้นจากทำงานของไตจะลดลงเป็นลำดับจนเกิดภาวะไตวาย ระยะเวลาตั้งแต่พบโปรตีนในปัสสาวะจนเกิดภาวะไตวายไม่แน่นอนเฉลี่ย 4-5 ปี ข้อที่น่าสังเกต คือ เมื่อโรคดำเนินมาถึงขั้นที่มีโปรตีนในปัสสาวะมากแล้ว ไม่ว่าจะให้การรักษาด้วยวิธีใดก็ไม่สามารถยับยั้งการเกิดภาวะไตวายได้ ดังนั้น การป้องกันจึงต้องทำตั้งแต่ระยะต้นก่อนจะมีโปรตีนออกมาในปัสสาวะ

โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของโรคไตได้อย่างไร

ระดับน้ำตาลกลูโคสที่สูง จะทำให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดที่อยู่ในไตของคุณ เมื่อหลอดเลือดถูกทำลายแล้ว ไตจะไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากจะมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ซึ่งส่งผลเสียทำให้เกิดความเสียหายต่อไตเช่นเดียวกัน

ทำไมจึงเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต

ภาวะแทรกซ้อนทางไตในโรคเบาหวานเป็นผลจากการที่น้ำตาลในเลือดสูงกว่าระดับปกติ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือดที่ไต และยังทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่เนื้อไตโดยตรงด้วย การเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่างนี้ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่ใด ซึ่งนำไปสู่การมีโปรตีนในปัสสาวะและภาวะไตวายที่สุด นอกจากนั้นปัจจัยด้านพันธุกรรมก็มีบทบาทเสริมให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตด้วย

ภาวะแทรกซ้อนทางไตป้องกันได้หรือไม่ และ อย่างไร

ภาวะแทรกซ้อนทางไตสามารถป้องกันได้ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าหากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จะป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางไตได้ แต่ทั้งนี้ การป้องกันต้องทำก่อนที่จะมีโปรตีนในปัสสาวะ หลังจากมีโปรตีนในปัสสาวะแล้วจะไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคไตได้ จะทำได้เพียงชลอการเสื่อมของไตไม่ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น ซึ่งจะทำได้อยู่ระยะหนึ่ง ในที่สุดก็จะเกิดภาวะไตวายขึ้น ฉะนั้นการควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ได้ตั้งแต่ต้นจึงมีความสำคัญยิ่ง
การรักษาและแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกัน / ชลอภาวะไตวาย การรักษาและแนวทางปฏิบัติในแต่ละระยะของโรคไม่เหมือนกัน

อะไรที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตจากเบาหวาน

การเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายต่อไต ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเพิ่มขึ้น ถ้าคุณ

  • มีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงเกินไป
  • มีระดับความดันโลหิตสูงเกินไป
  • ปัจจัยเสี่ยงในผู้ป่วยเบาหวานที่จะเพิ่มโอกาสเป็นโรคไต มีดังนี้
  • สูบบุหรี่
  • ไม่ปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหาร
  • รับประทานอาหารที่มีเกลือสูง
  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย เฉื่อยชา
  • น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
  • เป็นโรคหัวใจ
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ป้องกันเบาหวานลงไต

  • คุมระดับน้ำตาลในเลือด เป็นวิธีที่ป้องกันที่ดีที่สุด ได้แก่ การควบคุมอาหาร เช่น เลือกรับประทานผลไม้ที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำ เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ องุ่น ตามปริมาณที่แนะนำ ประกอบกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ในกรณีแพทย์แนะนำให้ใช้ยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทั้งชนิดกินและยาฉีดอินซูลิน ผู้ป่วยจะต้องตรวจวัดระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • คุมไขมันในเลือด ผู้เป็นเบาหวานส่วนใหญ่จะมีไขมันในเลือดสูง ซึ่งจะมีผลทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมองตีบตัน จึงจำเป็นที่จะต้องควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ เช่น รับประทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อปลา ไข่ขาว เป็นประจำทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหารใส่กะทิ เค้ก เลือกใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร เพราะในปัจจุบันเริ่มมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าไขมันที่สูงในเลือด ก็อาจส่งผลทำให้การทำงานของไตลดลง
  • คุมอาหารประเภทโปรตีน
  • จากผลวิจัยพบว่า การควบคุมอาหารประเภทโปรตีนอย่างเหมาะสม และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีโรคไตร่วมด้วยจึงควรปรึกษาแพทย์
  • คุมความดันเลือด
  • เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องเอาใจใส่ เพราะหากละเลยอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่ส่งผลกระทบต่อหัวใจ สมอง และไตได้
  • คุมอาการผิดปกติของทางเดินปัสสาวะโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักมีความผิดปกติของเส้นประสาท ทำให้กระเพาะปัสสาวะ มีการทำงานผิดปกติและส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้ ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าสังเกตความผิดปกติ เมื่อมีอาการปัสสาวะไม่สุด ต้องเบ่ง มีการคั่งค้างหรือมีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
  • คุมการใช้ยาที่มีผลต่อไต
  • ผู้ป่วยที่มีโรคไตร่วมด้วยต้องระวังการใช้ยาแก้ปวด โดยเฉพาะในกลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-inflammatory Drugs) ทุกชนิด ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา
  • งดสูบบุหรี่
  • เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
>