6 สมุนไพรลดน้ำตาลในเลือด ต้านเบาหวานได้ดีเยี่ยม

มะระขี้นก

ความขมของมะระขี้นกนี่แหละที่ยอดเยี่ยมสุดๆ เพราะมะระขี้นกจะช่วยเสริมการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล เพิ่มความไวต่ออินซูลิน เพิ่มความทนต่อกลูโคส และยังยับยั้งการหลั่งกลูโคสในลำไส้เล็กอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่ามะระขี้นกสามารถชะลอความผิดปกติของไต การเกิดต้อกระจก การเสื่อมของเส้นประสาทซึ่งเป็นผลมาจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หรือไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเลือดให้ปกติได้อีกด้วย

วิธีใช้ ให้นำเอาเนื้อจากผลมะระขี้นกผลเล็กเพราะมีตัวยาภายในอยู่มากมาผ่าเอาแต่เนื้อชิ้นเล็กๆ ไปตากแดดให้แห้งแล้วบดให้เป็นผงเพื่อนำมาชงผสมกับน้ำเดือด แนะนำให้ใช้ชิ้นมะระ 1-2 ชิ้นต่อน้ำ 1 ถ้วย ดื่มแบบแทนน้ำชาครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลาหรือจะนำมาต้มแล้วดื่มก็ได้เช่นกัน หากผู้ป่วยเบาหวานนำมาใส่กระติกน้ำร้อนแล้วต้มดื่มแทนน้ำได้ ภายในไม่เกินระยะเวลา 1 เดือนย่อมเห็นผลว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจทีเดียว

ข้อควรระวัง : สตรีมีครรภ์ เด็กและคนที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ควรรับประทาน


ใบกะเพรา

ใบกะเพราช่วยให้เซลล์ของตับอ่อนสามารถผลิตอินซูลินได้ดียิ่งขึ้น นอกจากลดน้ำตาลในเลือดได้แล้ว ยังช่วยลดปริมาณไขมัน และคอเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย ใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน แก้ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้หอบหืดและแก้ไอได้ นอกจากนี้ ยังมีผลดีต่อโรคหัวใจและปัญหาหลอดเลือด ข้ออักเสบและผู้ป่วยในโรคระบบทางเดินหายใจอีกด้วย แต่หากอยากทานใบกะเพราเพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต้องทานใบกะเพราสดๆ

วิธีการใช้ นำผงใบกะเพรามาทำเป็นชา โดยใช้ประมาณ 1 ช้อนชาต่อน้ำร้อน 1 ถ้วย สำหรับดื่มวันละ 3 ครั้ง สำหรับแคปซูลนั้นควรทานวันละ 2.5 กรัมต่อวันหรือใช้น้ำมันกะเพรา 2-5 หยดต่อวันก็ได้เช่นเดียวกัน
ข้อควรระวัง : ไม่แนะนำให้ใช้ในสตรีตั้งครรภ์และสตรีหลังคลอดที่กำลังให้นมบุตร

ใบตำลึง

ตำลึงเป็นสมุนไพรผักพื้นบ้านที่หาทานได้ง่ายมาก มีคุณค่าอาหารสูงมากและยังพบข้อมูลจากตำรับยาอายุรเวทบอกไว้ว่าสามารถรักษาเบาหวานได้มาเนิ่นนานนับพันปีแล้ว อีกทั้งยังมีผลการศึกษาวิจัยที่น่าเชื่อถืออยู่มากมายหลายแห่งที่ให้การยืนยันในด้านของการสมุนไพรลดระดับน้ำตาลในเลือด เราสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในส่วนใบ รากและผล นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงสายตาได้ดีอีกด้วย

วิธีการใช้ ให้นำเอายอดตำลึงปริมาณ 1 กำมือหรือขนาดแค่ทานพออิ่มมาโรยเกลือหรือเหยาะกับน้ำปลาเพื่อเพิ่มอรรถรสให้มากขึ้นจากนั้นห่อด้วยใบตองแล้วนำไปเผาไฟจนสุก ให้ทานจนหมดหรืออิ่ม แนะนำให้ทานเช่นนี้ติดต่อกันนานเป็นเวลา 3 เดือน จะเห็นผลดีตามมาในด้านการรักษาเบาหวานแน่นอน

เตยหอม

ใบเตยอยู่คู่อาหารคาวหวานคนไทยเราหลายชนิดมาก แพทย์ในยุคสมัยก่อนนั้นมักนิยมใช้รากฃใบเตยมาทำเป็นยาเพื่อขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิตสูงและใช้เพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน ปัจจุบันมีการค้นพบว่าเตยหอมนั้นมีฤทธิ์ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของจังหวะหัวใจและช่วยขับปัสสาวะ คนไทยเรานิยมนำเตยหอมมาใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวานเป็นเวลานานแล้ว

วิธีการใช้ นำรากใบเตยหอมประมาณ 1 ขีด มาสับให้เป็นท่อนเล็กต้มกับน้ำให้เดือด 1 ลิตรแล้วเคี่ยวต่อไปประมาณ 15-20 นาที แล้วนำมาดื่มเป็นยาครั้งละ 1/2 แก้ว วันละ 3 มื้อหรือจะนำมาใช้ร่วมกันกับสมุนไพรประเภทอื่นๆ ด้วยก็ได้เช่นเดียวกัน

ว่านหางจระเข้

เป็นสมุนไพรที่มีระยะเวลาการใช้มาอย่างยาวนานนับพันปีเลยทีเดียว จากการศึกษาวิจัยถึงคุณประโยชน์จากว่านหางจระเข้ทั้งด้านยาและเครื่องสำอางพบว่าทางยานั้นสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ทั้งจากการทดลองของสัตว์และคน ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญในร่างกาย จึงเหมาะสมมากทีเดียวสำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน แถมยังสามารถใช้รักษาบาดแผล รักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานดีขึ้น แก้อาการปวดหัว ผมร่วง รักษาโรคเหงือกและฟัน โรคผิวหนังพองเนื่องจากแสงแดดเผาไหม้ ได้อีกด้วย

วิธีการใช้ ให้รับประทานเนื้อว่านหางจระเข้วันละ 15 กรัมติดต่อกันทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก็จะเห็นผลขึ้น

ถั่งเช่า

มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรทางยาโดยช่วยป้องกันและรักษาโรค ลดไขมันและน้ำตาลในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอลและไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ ซึ่งถั่งเช่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดน้ำตาลที่จะเป็นผลดีกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสามารถควบคุมน้ำตาลได้ถึง 95 % ช่วนต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรีย

วิธีใช้ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรทางยา

  • ปริมาณการบริโภคคือไม่เกินวันละ 3 กรัม/คน/วัน
  • ถั่งเช่าGevit รับประทานวันละ 2 แคปซูล ก่อนอาหารเช้า และเย็น

**รับคำปรึกษาหรือสั่งซื้อได้ที่ Line ID : @gevit

>