6 สาเหตุที่ทำให้รู้สึกเหมือนเหนื่อยตลอดเวลา

ตื่นเช้าขึ้นมายังไม่ทันได้ทำอะไรก็รู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรงจะทำอะไรซะแล้ว แถมยังรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็นอนเต็มอิ่ม มันเกิดจากสาเหตุอะไรกันนะ …? วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะมาเฉลยคำตอบให้หายสงสัยกันกับ 6 เหตุผลซอฟต์ๆ ที่คุณมักมองข้ามเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย !หากคุณมีอาการอ่อนเพลียเป็นพัก ๆ หรือมักจะเหนื่อยล้าเป็นช่วง ๆ จนเริ่มจะสงสัยตัวเองอยู่เบา ๆ ว่าความอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ดูไร้ซึ่งแรงบันดาลใจจะทำอะไรต่อมิอะไรของเราเป็นเพราะความขี้เกียจส่วนตัว หรือจริง ๆ แล้วร่างกายเราซ่อนโรคอะไรอยู่หรือเปล่า งั้นเอาเป็นว่ามาเช็กความแตกต่างกันให้รู้แจ้งเห็นจริง อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หมดแรง แตกต่างจากความขี้เกียจยังไง

ไม่ได้ดื่มน้ำเพียงพอ (ต่อวัน/ ต่อร่างกาย)

เรื่องเล็กน้อยที่คุณมักมองข้ามและคิดว่ามันคงไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยดื่มทดแทนก็ได้ แต่คุณรู้ไหมว่าถ้าในหนึ่งวันร่างกายขาดน้ำเป็นปริมาณมาก จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น! เพราะฉะนั้นที่คุณรู้สึกเหนื่อยเพลียเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดกระจายตัวได้ไม่เต็มที่ (ประสิทธิภาพ) หัวใจสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มร้อยนั่นเอง รวมทั้งความเร็วที่ออกซิเจนและสารอาหารจะเข้าถึงกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย

ทางที่ดีในหนึ่งวันคุณควรดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน ไม่เพียงแต่ทำให้เลือดเจือจางและไหลเวียนดีขึ้น แต่ผิวพรรณจะแลดูสุขภาพดี ดูสดใส เปล่งปลั่งขึ้นด้วย

บริโภคธาตุเหล็กน้อยเกินไป

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียง่าย และอาจทำให้คุณรู้สึกขี้เกียจ โมโหง่าย อ่อนแอ ป่วยง่าย และมีอาการไม่สามารถโฟกัสอะไรได้เป็นเวลานานๆ ร่วมตามไปด้วย เนื่องจากออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ ไม่เพียงพอ ขอแนะนำว่าคุณควรบริโภคธาตุเหล็กอย่างน้อย 1 ใน 4 ของอาหารที่คุณทานต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายคุณมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น ช่วยคิดและจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ต่อต้านการเจ็บป่วย และลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง!

ธาตุเหล็กมักพบอยู่ในอาหารจำพวก เนื้อ (ไม่ติดมัน), ไข่แดง, ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช,ข้าวโอ๊ต, หน่อไม้ฝรั่ง, ถั่วฝักยาว,ผักแว่น, เห็ดฟาง, พริกหวาน,ใบแมงลัก, ใบกะเพราะ, ถั่วขนาดเล็ก,เต้าหู้, ไข่ไก่, ผักที่เต็มไปด้วยใบสีเขียวเข้ม,ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และเนยถั่ว

ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าและทานแต่อาหารขยะ

คุณรู้หรือไม่ว่าอาหารขยะที่คุณมักทานตอนเช้าเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียตลอดทั้งวันและทำให้คุณอ้วนขึ้นไม่รู้ตัว เนื่องจากอาหารเหล่านั้นไม่ได้ให้โปรตีน ไขมัน วิตามินต่างๆ ที่ให้พลังงานคุณ แต่กับให้น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากที่เป็นตัวเร่งให้ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ทางที่ดีคุณควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ (เพื่อไม่ให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาภายหลัง) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาทานอาหารเช้าโดยลดน้ำตาลและแป้ง แต่เสริมด้วยโปรตีนจากโฮลเกรนและนมสดเข้าไปแทนในทุกมื้อ ทำให้เป็นกิจวัตร เพื่อสุขภาพและระบบการทำงานภายในร่างกายที่ดีขึ้น … น่าจะเวิร์กกว่านะ

งานที่ยุ่งเหยิง รัดตัว ทำงานจนไม่ได้พักผ่อน

แบ่งเวลาจากการทำงานมาขาร์ตพลังงานให้กับร่างกายบ้างนะ เพราะไม่อย่างนั้นร่างกายจะรู้สึกเพลีย เหนื่อยง่ายและอาจน็อกเอาต์ไปซะดื้อๆ ยิ่งถ้าโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยงานวางกองจนล้น อาจทำให้คุณเหนื่อยใจและเสียสุขภาพจิตเอาได้ง่ายๆ อย่าทำงานจนเกินขีดจำกัดความสามารถคุณและให้เวลาพักผ่อนกับตัวเองบ้าง เพราะการพักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สมองปลอดโปร่งและปลดปล่อยพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่

หาวันว่างๆ พักผ่อนสมอง ปล่อยใจและกายให้โล่งบ้าง หยุดคิดเรื่องปวดหัวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2ครั้งก็ยังดีนะ หรือถ้างานรัดตัวจริงๆ ก็แบ่งเคลียร์งานวันนั้นให้เสร็จ แล้วกลับมาพักผ่อนต่อที่บ้าน รีแล็กซ์สบายๆ

ดื่มไวน์ 1-2แก้วก่อนนอน

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดูเหมือนเป็นหนทางที่ดีที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายก่อนการนอนหลับและทำให้คุณหลับได้เร็วขึ้น แต่จริงๆ แล้วมันส่งผลตรงข้ามกับที่คุณคิดไว้เลย เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางลดลงให้ผลเหมือนยาระงับประสาท และส่งผลผลสะท้อนกลับทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหลังจากคุณดื่มไปแล้วคุณถึงรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ทางที่ดีเพื่อการนอนหลับที่สบายและยาวนาน คุณควรหยุดดื่มแอลกฮอล์ทั้งหมด(ทุกชนิด) 3-4ชั่วโมงก่อนนอน

การเล่นอุปกรณ์/เทคโนโลยีก่อนนอน

ถ้าเมื่อคืนคุณเล่นอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีต่างๆ ก่อนนอน ก็เป็นไปได้ว่าพอตื่นเช้าขึ้นมาคุณจะรู้สึกเพลียเหมือนนอนได้ไม่เต็มอิ่ม เนื่องจากไฟที่สว่างจ้าออกมาจากหน้าจอแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้นาฬิกาชีวิตและระบบการทำงานในร่างกายคุณหันเหทำงานไม่ปกติ ร่างกายไม่สามารถควบคุมฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้การนอนหลับเป็นปกติและตื่นอย่างเป็นระบบได้ จึงทำให้คุณรู้สึกง่วงและเพลียหลังจากตื่นขึ้นมา ถ้าคุณอยากนอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้เช้าตื่นมาสดใส กระปรี้กระเปร่า เพียงแค่คุณปิดเทคโนโลยีสื่อสารทั้งหมดก่อนนอนสัก 1-2ชั่วโมง ก็ช่วยได้เยอะแล้วค่ะ!

วิธีแก้ความรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และวิธีกำจัดความขี้เกียจ

1. นอนให้เป็นเวลา ตื่นให้เป็นเวลา เพื่อส่งเสริมให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ

2. พยายามอย่านอนหลับเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน

3. พยายามเข้านอนแต่หัวค่ำ (ไม่เกิน 22.00 น.) และตื่นเช้า ๆ (ไม่เกิน 07.00 น.)

4. หลีกเลี่ยงอาหารมัน ๆ ของทอดก็ลดลงบ้าง เพราะอาหารประเภทนี้ย่อยยาก และอาจทำให้นอนไม่หลับได้

5. มื้อเย็นไม่ควรกินเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ระบบย่อยทำงานหนัก จนส่งผลให้นอนหลับยาก หลับไม่สนิท ตื่นตอนเช้ามาไม่สดชื่น

6. กินผักและผลไม้ให้ได้ทุกมื้อ เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับการทำงานของระบบประสาทและสมอง

7. ดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 1.5 ลิตรขึ้นไป ให้น้ำช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายตลอดทั้งวัน

8. พยายามทำกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง

9. พยายามลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เพราะจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพ จนทำให้รู้สึกอ่อนล้าหมดแรงได้

10. อยู่ให้ห่างจากความตึงเครียดทุกชนิด หรือหากรู้สึกแย่กับชีวิตก็ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนบ้าง อย่าหักโหมกับอะไรมากเกินไป

อาหารเสริมที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นเพื่อพร้อมกับงานหนัก วันนี้เราขอเสนอตัวช่วยคือ ถั่งเช่า หลายๆคนที่เคยทานถั่งเช่านั้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น สดชื่นขึ้น ทำไมเป็นเช่นนั้น เพราะถั่งเช่ามีสารสำคัญ คือ คอไดซิปิน (cordycipin) ซึ่งมีประโยชน์อย่างไร

  • คอไดซิปินนั้น ช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย รวมถึงดึงออกซิเจนมาใช้ได้ดีขึ้น ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น หลายๆคนเวลาทานถั่งเช่า จะรู้สึกซู่ซ่า หายอ่อนเพลีย เสมือนเป็นยาชูกำลัง ถั่งเช่านั้นจึงนิยมนำไปเป็นส่วนผสมของยา สำหรับท่านชาย
  • ถั่งเช่าช่วยให้ท่านหลับสนิท หลับลึกขึ้น จึงทำให้ตื่นเช้าแล้วสดชื่นขึ้น เพราะได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

>