7 ประโยชน์ของอาโวคาโด ดีต่อสุขภาพจริง

อาโวคาโด อุดมไปด้วยโปรตีนชนิดย่อยง่าย, ไขมัน HDL,วิตามินและเกลือแร่มากมาย เป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว มีปริมาณน้ำตาลต่ำ เป็นแหล่งพลังงานที่ดีและเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เนื้ออะโวคาโดจะมีลักษณะเป็นครีม อ่อนนุ่ม มีรสชาติคล้ายเนย มีผิวที่มีลักษณะขรุขระ เปลือกหนา มีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกจัดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือดำ ซึ่งประโยชน์จะมีอะไรบ้างไปชมกันเลย

1.ช่วยในการย่อยอาหาร
อะโวคาโดเป็นผู้ช่วยในการย่อยที่ดีสำหรับลำไส้ เพราะมีเส้นใยทั้งแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างราบรื่น กระตุ้นระบบทางเดินอาหารเพื่อให้สารอาหารถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาท้องผูกและท้องร่วงได้เป็นอย่างดี

2.มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย

3.เป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือดได้ จึงช่วยป้องกันการสะสมของไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจวาย

4.ดูแลตับ อะโวคาโด อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสียหายของตับ เนื่องจากโรคตับอักเสบซี

5.ดูแลหัวใจ สารเบต้า-ซิโตสเตอรอล ที่พบในอะโวคาโด ช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลที่ดีต่อสุขภาพ ปกป้องหัวใจจากโรคหลอดเลือดแดงตีบ เพิ่มคุณสมบัติของไขมันชนิดดี ลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL) ยับยั้งการดูดซึมของคอเลสเตอรอล ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของหลอดเลือด และหลอดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดลิ่มเลือดหัวใจและลดอาการหัวใจวาย

6.ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ จึงช่วยคงความอ่อนเยาว์ได้เป็นอย่างดี

7.ต้านมะเร็ง การรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจากมีสารกลูตาไธโอน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากโรคมะเร็งและอันตรายจากอนุมูลอิสระ

วิธีเลือกอาโวคาโด

วิธีเลือกอโวคาโด ถ้าจะกินอะโวคาโดทันทีควรเลือกอะโวคาโดที่สุกพร้อมกินได้เลย โดยบีบดูแล้วอโวคาโดถ้านิ่มๆ ก็แสดงว่าสุกพร้อมกินแล้ว แต่หากว่ายังไม่กินทันทีสามารถเก็บไว้ 2-3 วันเพื่อบ่มรอให้สุกได้ โดยเลือกลูกที่ยังแข็งอยู่แล้วห่อหนังสือพิมพ์ไว้ก่อนค่ะ

วิธีดูว่าสุกพร้อมรับประทานหรือยัง?

ก่อนอื่นสังเกตสีภายนอก ถ้าสีเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาล ก็มีแนวโน้มว่าจะสุกแล้ว จากนั้นให้ใช้ปลายนิ้วกดเบาๆ ถ้าอะโวคาโดยังไม่สุก จะแข็งมาก แต่ถ้าอะโวคาโดสุก เปลือกจะยวบตามแรงกด แปลว่ารับประทานได้แล้วค่ะ

>