ถั่งเช่าชะลอความแก่ได้อย่างไร?

ถั่งเช่าสรรพคุณ ช่วยบำรุงร่างกายมากมายจนเรียกได้ว่าเป็น “ยาอายุวัฒนะ” คืนความหนุ่มสาวให้กับร่างกาย คุณสมบัติของถั่งเช่าคือมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้แก่ สารโปรตีน กรดอะมิโน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 12 วิตามินอี วิตามินเค สารคอร์ไดเซปิน กรดคอร์ไดเซปิก เป็นต้น ที่มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของร่างกายช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพของเซลล์ ป้องกันเซลล์แก่ และกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพศเพื่อลดปัญหาวัยทอง อาการและสภาวะความชราที่เกิดขึ้น มีดังนี้ นอนหลับยาก สังเกตุว่าผู้สูงอายุบางคนจะชอบตื่นกลางดึกและตื่นเช้ามืด ผิวหนังขาดความสดชื่น มีริ้วรอยเพิ่มขึ้น ร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยง่าย หายใจถี่ มีผมหงอก เส้นเล็ก และบางลงหรือหัวล้าน อารมณ์แปรปรวน ถ้าเป็นผู้หญิงก็เรียกว่า วัยทอง เจ็บป่วยได้ง่าย และมีปัญหาสุขภาพ เช่น กระดูกและข้อ ระดับไขมันในเลือดมากขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เกิดโรคประจำตัวได้ ความจำเสื่อม ชอบหลงๆ ลืมๆ ภูมิต้านทานต่ำลง หากเป็นแผลจะหายช้า เคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก ความดันโลหิตไม่อยู่ในระดับปกติ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ถั่งเช่ามีสรรพคุณจากสารสำคัญต่างๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกาย และชลอวัย ได้ดังนี้ […]

Continue Reading

6 สาเหตุที่ทำให้รู้สึกเหมือนเหนื่อยตลอดเวลา

ตื่นเช้าขึ้นมายังไม่ทันได้ทำอะไรก็รู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรงจะทำอะไรซะแล้ว แถมยังรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็นอนเต็มอิ่ม มันเกิดจากสาเหตุอะไรกันนะ …? วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะมาเฉลยคำตอบให้หายสงสัยกันกับ 6 เหตุผลซอฟต์ๆ ที่คุณมักมองข้ามเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย !หากคุณมีอาการอ่อนเพลียเป็นพัก ๆ หรือมักจะเหนื่อยล้าเป็นช่วง ๆ จนเริ่มจะสงสัยตัวเองอยู่เบา ๆ ว่าความอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ดูไร้ซึ่งแรงบันดาลใจจะทำอะไรต่อมิอะไรของเราเป็นเพราะความขี้เกียจส่วนตัว หรือจริง ๆ แล้วร่างกายเราซ่อนโรคอะไรอยู่หรือเปล่า งั้นเอาเป็นว่ามาเช็กความแตกต่างกันให้รู้แจ้งเห็นจริง อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หมดแรง แตกต่างจากความขี้เกียจยังไง ไม่ได้ดื่มน้ำเพียงพอ (ต่อวัน/ ต่อร่างกาย) เรื่องเล็กน้อยที่คุณมักมองข้ามและคิดว่ามันคงไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยดื่มทดแทนก็ได้ แต่คุณรู้ไหมว่าถ้าในหนึ่งวันร่างกายขาดน้ำเป็นปริมาณมาก จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น! เพราะฉะนั้นที่คุณรู้สึกเหนื่อยเพลียเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดกระจายตัวได้ไม่เต็มที่ (ประสิทธิภาพ) หัวใจสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มร้อยนั่นเอง รวมทั้งความเร็วที่ออกซิเจนและสารอาหารจะเข้าถึงกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย ทางที่ดีในหนึ่งวันคุณควรดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน ไม่เพียงแต่ทำให้เลือดเจือจางและไหลเวียนดีขึ้น แต่ผิวพรรณจะแลดูสุขภาพดี ดูสดใส เปล่งปลั่งขึ้นด้วย บริโภคธาตุเหล็กน้อยเกินไป อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียง่าย และอาจทำให้คุณรู้สึกขี้เกียจ โมโหง่าย อ่อนแอ ป่วยง่าย และมีอาการไม่สามารถโฟกัสอะไรได้เป็นเวลานานๆ ร่วมตามไปด้วย […]

Continue Reading

ความดันโลหิตสูง กับโรคไต เกี่ยวกันอย่างไร?

“ไต” เป็นอวัยวะที่มีหลอดเลือดมากที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด ความดันโลหิตสูงก็มีผลต่อหลอดเลือดที่ไต ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ จนถึงขั้นไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ขาบวม อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรงจากภาวะซีด ซึ่งมักพบในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง และคลื่นไส้ อาเจียน ซึมลง ในผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย ความดันโลหิตสูง กับการรับประทานอาหารเค็ม โดยปกติเมื่ออายุมากขึ้นความดันโลหิตจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยพบว่าผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป จากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในหลายประเทศแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การรับประทานเค็มมากๆ จะส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ นอกจากนี้ การรับประทานเค็มยังทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นตามลำดับ เนื่องจากมีผลทำให้ผนังกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวขึ้น และส่งผลให้อัตราการกรองของเสียผ่านไตเพื่อขับถ่ายออกทางปัสสาวะมากขึ้น อีกทั้งการรับประทานเค็มยังทำให้อัตราการขับโปรตีนอัลบูมินออกทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งการตรวจพบปริมาณอัลบูมินในปัสสาวะถือเป็นตัวบ่งชี้ของภาวะไตเสื่อมในระยะแรก หรือกล่าวง่ายๆ คือ ทำให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้นนั่นเอง ในทางตรงกันข้าม จากการสำรวจประชากรที่ไม่ใช้เกลือในการปรุงอาหารเลยพบว่า ความดันโลหิตของประชากรในกลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามอายุเช่นเดียวกับประชากรทั่วไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการรับประทานเค็มเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ควบคุมความดันโลหิตสูง แค่ลดรับประทานอาหารเค็ม ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรทำความเข้าใจในความหมายของคำว่า “เค็ม” และ “เกลือ” ตามความหมายของแพทย์ให้ถูกต้อง คำว่า “เกลือ” หรือนักวิชาการบางท่านใช้คำว่า “เกลือแกง” หมายถึง สารที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมคลอไรด์ (Sodiumchloride: NaCl) โดยทั่วไปใช้สำหรับปรุงอาหารเพื่อให้รสเค็ม […]

Continue Reading

รู้ได้อย่างไรว่าปวดหัวไมเกรน?

โรคไมเกรน เป็นโรคที่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเฉพาะตัวที่สำคัญ คือ อาการปวดศีรษะ โดยมักปวดข้างเดียว หรือเริ่มปวดข้างเดียวก่อนแล้วจึงปวดทั้ง 2 ข้าง แต่ละครั้งที่ปวดมักจะย้ายข้างไปมาหรือย้ายตำแหน่งได้ บางครั้งอาจปวดทั้ง 2 ข้างขึ้นมาพร้อมๆ กันตั้งแต่แรก ผู้ป่วยโรคไมเกรนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย และมักเป็นในผู้ที่มีความเครียดทางอารมณ์และจิตใจสูง สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไมเกรน ปัจจุบันสาเหตุของไมเกรนยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากความผิดปกติที่ระดับสารเคมีในสมอง การสื่อกระแสในสมอง หรือการทำงานที่ผิดปกติไปของหลอดเลือดสมองก็ได้ ปัจจุบันจากหลักฐานข้อมูลทางระบาดวิทยาเชื่อว่า ไมเกรนสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่จะเกิดอาการหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่มากระทบตัวผู้ป่วย ลักษณะอาการปวดหัวไมเกรน มักปวดตุบๆ เป็นระยะๆ แต่มีบางคราวที่ปวดแบบตื้อๆ ส่วนมากจะปวดรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก โดยจะค่อยๆ ปวดมากขึ้นทีละน้อยจนกระทั่งปวดรุนแรงเต็มที่แล้วค่อยๆ บรรเทาอาการปวดลงจนหาย ขณะที่ปวดศีรษะมักมีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย ระยะเวลาปวดอาจจะนานหลายชั่วโมง ส่วนใหญ่จะนานไม่เกิน 1 วัน ในบางรายอาจจะมีอาการเตือนนำมาก่อน เช่น สายตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงกระพริบๆ อาการปวดนั้นไม่เลือกเวลา บางรายอาจจะปวดกลางดึก หรือปวดตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมา บางรายปวดตั้งแต่ก่อนเข้านอนจนกระทั่งตื่นนอนก็ยังไม่หายปวด ปวดหัวแบบไหนเรียกว่า “ไมเกรน” อาการของไมเกรนแบ่งเป็นระยะต่างๆได้ดังนี้ 1.อาการนำ (Prodome symtoms) มีอาการผิดปกติทางสมองแบบทั่วๆไป เช่น […]

Continue Reading

ถั่งเช่าเหมาะกับผู้หญิงอย่างไร?

สำหรับหลายๆท่านมีคำถามว่าเพศหญิงทานถั่งเช่าได้ไหม แต่จริงๆแล้วถั่งเช่าสามารถทานได้ทั้งเพศชายและหญิงและถั่งเช่าไม่ได้มีดีแต่เรื่องบำรุงทางเพศสำหรับท่านชายเท่านั้น หากจะกล่าวถึงคุณประโยชน์ของถั่งเช่าสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะนั้น ถั่งเช่าเสริมสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิงให้เพียงพอและสมดุลต่อการควบคุมประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย จึงลดปัญหาวัยทอง ที่ทำให้อารมณ์ไม่คงที่ หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ป้องกันกระดูกพรุน กล้ามเนื้อฝ่อ ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความจำไม่ดี สมองเบลอง่าย สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นได้เฉพาะในผู้หญิง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม รวมทั้งชนิดอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เช่น ในลำไส้ใหญ่ ในตับ ในปอด เป็นตัน มาดูกันว่าถั่งเช่าเหมาะกับเพศหญิงยังงัยบ้าง และบำรุงอะไรสำหรับผู้หญิงบ้าง ชะลอวัย ผิวพรรณ ถั่งเช่ามีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะเรื่องความงามซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิง คือ เรื่องผิวพรรณ สารออกฤทธิ์ในถั่งเช่า มีสรรพคุณทำให้การทำงานของระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ชะลอความทรุดโทรมของผิวพรรณ ริ้วรอย จึงทำให้ดูหน้าเด้ง ผิวพรรณสดไส เปล่งปลั่ง สวยงาม ลดเลือนริ้วรอย ถั่งเช่านั้นมีสารสำคัญที่ช่วยเรื่องผิวพรรณ ตัวไหนบ้างมาดูกันค่ะ สารคอร์ไดซิปิน (Cordycepin) ที่พบมากในถั่งเช่ามีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่ทำให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้น ใสขึ้น ถั่งเช่า มีสารที่ออกฤทธิ์ชื่อว่า SOD หรือ Super Oxide Dismutase ที่ออกฤทธิ์คล้ายๆกับ […]

Continue Reading

ความเชื่อผิดๆ โรคเบาหวาน

1.เบาหวานเป็นโรคของคนแก่ โรคเบาหวานสามารถเกิดได้กับคนทุกช่วงอายุ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยส่งเสริมให้เกิดโรคเบาหวาน เบาหวานประเภทที่ 1 ส่วนใหญ่มักเกิดในเด็ก หรือคนอายุน้อย ส่วนเบาหวานประเภทที่ 2 ส่วนใหญ่มักเกิดในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเริ่มพบคนเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 อายุน้อยลง 2.รับประทานอาหารที่มีรสหวานมากจะทำให้เป็นเบาหวาน การรับประทานอาหารรสหวานจัดหรือมีน้ำตาลมากไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคเบาหวานเสมอไป หากมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โรคเบาหวานอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือการทำงานที่ผิดปกติของตับอ่อนทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายก็อาจทำให้เกิดเบาหวานได้ การรับประทานอาหารที่มีไขมันมากก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ เพราะไขมันอิ่มตัวมีผลต่อการออกฤทธิ์ของอินซูลิน ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร 3.เบาหวานเป็นโรคไม่น่ากลัว ใครๆก็เป็นกัน เบาหวานเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยปีละประมาณ 20,000 คน นอกจากนี้เบาหวานเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และพบว่าคนที่เป็นโรคหัวใจและเป็นเบาหวานร่วมด้วย มีความเสี่ยงเกิดอาการหัวใจวายหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมากกว่าเกือบสองเท่าของคนที่ไม่เป็นเบาหวานร่วมด้วย นอกจากนี้ หากการควบคุมเบาหวานไม่ดี ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่นตาบอด ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ เซลล์ประสาทถูกทำลาย 4.น้ำตาลและแป้งเท่านั้นที่ทำให้เป็นเบาหวาน นอกจากแป้งและน้ำตาลจะเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานแล้ว สัตว์เนื้อแดงที่มีไขมันมาก และอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ เนื่องจากไขมันอิ่มตัวจะไปยับยั้งอินซูลินให้ออกฤทธิ์ได้น้อยลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ลด ตับอ่อนจึงต้องผลิตอินซูลินออกมาเพิ่มมากกว่าปกติ ส่งผลให้ตับอ่อนทำงานหนักเกินไปและเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ดีเท่าตอนที่ยังทำงานปกติ จึงทำให้เกิดโรคเบาหวาน […]

Continue Reading

กินอย่างไร ห่างไกลโรคอ้วน

ทานอาหารให้หลากหลาย หากมีอาหารประเภทปลา เช่น ปลาทู ปลาดุก ปลาสวาย ซึ่งมีโอเมก้า-3 ช่วยปกป้องสมอง อีกทั้งผักผลไม้สดควรทานเป็นประจำ อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงเช่น หมูสับ กระดูกหมู หนังหมู เป็นต้น ควรทานอาหารที่ใส่กะทิ หรือปรุงโดยวิธีการผัดหรือทอดในปริมาณที่จำกัด เพราะมีปริมาณไขมันสูงมาก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ชุบแป้งทอด ปาท่องโก๋ โดนัท และต้องจำกัดขนมหวานจัดและอาหารประเภทแป้ง ซึ่งมีผลให้ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง กินข้าวกล้อง หากใครที่ชอบรับประทานข้าวขาว ควรสลับกับข้าวกล้องบ้าง เพราะข้าวกล้องมีสารอาหารที่ครบถ้วนและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าข้าวขาว ส่วนขนมปังควรรับประทานเป็นขนมปังโฮลวีทเพราะมีใยอาหารสูงกว่า ทำให้อิ่มนาน และยังมีวิตามินและแร่ธาตุสูงกว่าอีกด้วย ข้าวและแป้งมีสารอาหารหลักคือคาร์โบไฮเดรตซึ่งร่างกายจะนำไปใช้เป็นพลังงานหลัก หลีกเลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ ไอศกรีม แกงกะทิ ของทอด น้ำหวาน น้ำอัดลม ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เนื่องจากกระบวนการเผาผลาญไขมัน และการขับสารพิษหรือของเสียออกจากร่างกายจำเป็นต้องอาศัยน้ำ บางคนอาจจะไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า แค่บีบน้ำมะนาวหรือใส่ผลไม้ลงไปในน้ำเปล่าก็จะช่วยเพิ่มรสชาติและยังทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นอีกด้วย มะนาวยังอุดมไปด้วยวิตามินซี มีประโยชน์ในการช่วยย่อยอาหารได้มากขึ้นด้วยนะ แถมยังไปกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ด้วย งดขนมหวาน ขนมหวาน ไอศกรีม ช็อกโกแลต ให้พลังงานที่สูงหากกินเป็นประจำก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไปจนไปสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น […]

Continue Reading

การติดหวานอันตราย วิธีแก้อาการติดหวาน

การติดรสหวาน นอกจากจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่รู้ตัวแล้ว ยังจะทำให้ผิวหนังของคุณเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเนื่องมาจากน้ำตาล ทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่นในเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งหมายความว่ามันจะทำให้โมเลกุลผิวหนังเราเปราะบางลงนั่นเอง มาสำรวจกันหน่อยดีไหมคะ ว่าเราเริ่มจะมี พฤติกรรม “ติดหวาน” แล้วรึยัง ชอบกินแป้ง ขนมปัง กินข้าวเยอะ ชอบทานอาหารรสหวานจัดๆ เติมน้ำตาลเพิ่ม ลงในอาหาร เครื่องดื่มที่สั่ง ทุกครั้ง อดใจไม่ไหว ต้องซื้อน้ำหวาน น้ำอัดลม ชาไข่มุก ระหว่างวัน กินของหวาน แต่ยังรู้สึกหวานไม่ถึงใจที่ต้องการ เปิดตู้เย็นมาเจอแต่ขนม ช็อกโกแลต เต็มตู้ รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนมากกว่าที่เคยเป็น ปวดหัว ถ้าไม่ได้กินขนม ของหวานตอนเช้าหรือบ่าย ปวดฟัน ฟันผุ เคลือบฟันกัดกร่อน เป็นโรคเหงือก มีกลิ่นปาก อ่อนเพลียง่าย การิดหวาน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการบั่นทอนสุขภาพ และนำพาบรรดาโรคร้ายต่างๆ เข้ามาหาตัว อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน โรคฟันผุ ฯลฯ ซึ่งปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น “น้ำตาล” คือตัวการใหญ่ในเรื่องนี้ รู้แบบนี้แล้วรีบปรับพฤติกรรมของคุณ แก้อาการติดน้ำตาล […]

Continue Reading

ถั่งเช่า เหมาะกับใคร?

“ถั่งเช่า” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดหรือราชาของสมุนไพรทั้งหลาย ซึ่งเป็นที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ด้วยสรรพคุณที่โดดเด่นทางยาและสารต่างๆ ที่ล้วนแต่มีประโยชน์กับร่างกายมากมาย อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรที่หายากและมีราคาแพงมากอีกด้วย ลองมาดูกันว่า ถั่งเช่าเหมาะกับใครบ้าง ผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ที่มีไขมันในเลือดสุง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนต่างๆ จากน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภูมิแพ้ หอบหืด ผู้สูงอายุ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่อยากมีสุขภาพดี ประโยชน์ของถั่งเช่า เป็นยาบำรุงกำลัง นำถั่งเช่าไปผสมกับยาจีนเพื่อใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ช่วยให้ไตกลับมาทำงานได้ดีขึ้น เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ทั่วร่างกาย ช่วยบำรุงเลือด เสริมสมรรถภาพทางเพศ เพิ่มจำนวนอสุจิและบำรุงให้อสุจิแข็งแรง ทำให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ รวมทั้งเพิ่มออกซิเจนให้หัวใจอีกด้วย ลดไขมันและน้ำตาลในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอลและไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ ซึ่งถั่งเช่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดน้ำตาลที่จะเป็นผลดีกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสามารถควบคุมน้ำตาลได้ถึง 95 % ลดผลกระทบจากสารพิษ ช่วยให้ตับแข็งแรง ป้องกันการเกิดพังพืด และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ จึงทำให้แลดูแก่ช้า มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งในระยะลุกลามไม่ให้แพร่กระจาย ลดอาการข้างเคียง อาการอักเสบ และอาการอ่อนเพลียหลังจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด วิธีใช้ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรทางยา ถั่งเช่าสีทอง ปริมาณการบริโภคคือไม่เกินวันละ 3 กรัม/คน/วัน […]

Continue Reading

วิธีการทานถั่งเช่า

เราทราบดีอยู่แล้วว่าถั่งเช่าเป็นยาบำรุงกำลัง เป็นยาบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ช่วยให้ไตกลับมาทำงานได้ดีขึ้น เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ทั่วร่างกาย ช่วยบำรุงเลือด เสริมสมรรถภาพทางเพศ เพิ่มจำนวนอสุจิและบำรุงให้อสุจิแข็งแรง ทำให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ รวมทั้งเพิ่มออกซิเจนให้หัวใจอีกด้วย ลดไขมันและน้ำตาลในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอลและไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ ซึ่งถั่งเช่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดน้ำตาลที่จะเป็นผลดีกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสามารถควบคุมน้ำตาลได้ถึง 95 %ลดผลกระทบจากสารพิษ ช่วยให้ตับแข็งแรง ป้องกันการเกิดพังพืด และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ จึงทำให้แลดูแก่ช้ามีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งในระยะลุกลามไม่ให้แพร่กระจาย ลดอาการข้างเคียง อาการอักเสบ และอาการอ่อนเพลียหลังจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด 1.การทานช่วงเช้า ก่อนอาหารเช้า 15-30 นาที การทานช่วงที่ท้องว่างในตอนเช้า จะช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลีย ทำให้ ร่างกายไม่เหนื่อยง่าย ปวดเมื่อยลดลง ลดความเหนื่อยล้าหลังการทำงานหรือการใช้พลังงานที่ในแต่ละวัน 2.การทานถั่งเช่า ช่วงก่อนนอนกับน้ำอุ่น ก็จะส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ที่หลับไหลอยู่เกิดการตื่นตัวเซลต่างๆ รวมถึงเซลล์ของอวัยวะที่มีเส้นเลือดและ เส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงในปริมาณมากมีระบบประสาทก็จะได้รับพลังงานในส่วนนี้ด้วย ดั่งเช่นที่ว่าถั่งเช่าช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของทุกส่วนในร่างกายในทางที่ดีนั่นเอง ทำให้สมรรถภาพทางเพศนั้นพลอยดีไปด้วย 3.หรือจะทานถั่งเช่า วันละ 2 แคปซูล คือก่อนอาหารเช้าและก่อนนอน โดยเริ่มแรกอาจจะลองทานช่วงก่อนนอนดูก่อนก็ได้ เพื่อดูผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะการทานก่อนนอน […]

Continue Reading
>