ถั่งเช่า ช่วยเพิ่มสมรรถภาพ จริงหรือ?

“ถั่งเช่า” หรือที่รู้จักกันว่า “ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย” หรือ ตังถั่งเช่า หรือ ตังถั่งแห่เช่า กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ พบว่าการวิจัยในผู้ชาย 22 คน ใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริม พบว่าช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33% และมีผลลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29% และมีอีกกรณีศึกษาในผู้ป่วยทั้งชายและหญิง 189 คน ที่มีความต้องการทางเพศลดลง พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66% นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่าการรับประทานถั่งเช่าจะช่วยปกป้องและช่วยให้การทำงานของต่อมหมวกไต ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส และจำนวนของสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้เพิ่มขึ้น 300 % และช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86% ถั่งเช่า (Cordyceps militaris) มีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อ สมรรถภาพทางเพศ ของร่างกาย อยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ สาร (Nitric Oxide) มีฤทธิ์ในการ ขยายหลอดเลือด เพิ่มการส่งเลือดไปเลี้ยง บริเวณอวัยวะเพศ ได้อย่างราบรื่น และสมบูรณ์ ซึ่งการส่งเลือดไปเลี้ยง เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศนั้นคือ กลไกหลัก ในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ กลไกการเพิ่มสมรรถภาพเพศชายของถั่งเช่าสามารถอธิบายได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ Cordycepin […]

Continue Reading

6 สมุนไพรลดน้ำตาลในเลือด ต้านเบาหวานได้ดีเยี่ยม

มะระขี้นก ความขมของมะระขี้นกนี่แหละที่ยอดเยี่ยมสุดๆ เพราะมะระขี้นกจะช่วยเสริมการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล เพิ่มความไวต่ออินซูลิน เพิ่มความทนต่อกลูโคส และยังยับยั้งการหลั่งกลูโคสในลำไส้เล็กอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่ามะระขี้นกสามารถชะลอความผิดปกติของไต การเกิดต้อกระจก การเสื่อมของเส้นประสาทซึ่งเป็นผลมาจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หรือไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเลือดให้ปกติได้อีกด้วย วิธีใช้ ให้นำเอาเนื้อจากผลมะระขี้นกผลเล็กเพราะมีตัวยาภายในอยู่มากมาผ่าเอาแต่เนื้อชิ้นเล็กๆ ไปตากแดดให้แห้งแล้วบดให้เป็นผงเพื่อนำมาชงผสมกับน้ำเดือด แนะนำให้ใช้ชิ้นมะระ 1-2 ชิ้นต่อน้ำ 1 ถ้วย ดื่มแบบแทนน้ำชาครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลาหรือจะนำมาต้มแล้วดื่มก็ได้เช่นกัน หากผู้ป่วยเบาหวานนำมาใส่กระติกน้ำร้อนแล้วต้มดื่มแทนน้ำได้ ภายในไม่เกินระยะเวลา 1 เดือนย่อมเห็นผลว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจทีเดียว ข้อควรระวัง : สตรีมีครรภ์ เด็กและคนที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ควรรับประทาน ใบกะเพรา ใบกะเพราช่วยให้เซลล์ของตับอ่อนสามารถผลิตอินซูลินได้ดียิ่งขึ้น นอกจากลดน้ำตาลในเลือดได้แล้ว ยังช่วยลดปริมาณไขมัน และคอเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย ใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน แก้ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้หอบหืดและแก้ไอได้ นอกจากนี้ ยังมีผลดีต่อโรคหัวใจและปัญหาหลอดเลือด ข้ออักเสบและผู้ป่วยในโรคระบบทางเดินหายใจอีกด้วย แต่หากอยากทานใบกะเพราเพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต้องทานใบกะเพราสดๆ วิธีการใช้ นำผงใบกะเพรามาทำเป็นชา โดยใช้ประมาณ 1 ช้อนชาต่อน้ำร้อน 1 […]

Continue Reading

8 อาหารคลีนใน 7-11 กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

การลดน้ำหนักหรือการควบคุมน้ำหนักนั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็น ออกกำลังกายหรือการควบคลุมอาหาร การกินคลีน หลายๆคนคงกังวลเวลาที่จะกินอะไรสักอย่างแล้วต้องคำนึงว่า กินแล้วจะอ้วนไหม น้ำหนักจะขึ้นไหม วันนี้เรามีอาหารคลีนใน 7-11 ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนแถมสะดวกมาฝากค่ะ 1.น้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันลดการสะสมไขมันเก่าและการสูญเสียโปรตีนของกล้ามเนื้อ จึงทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ไร้ไขมันส่วนเกิน และโปรตีนจากถั่วเหลืองนี้ สามารถลดคลอเรสเตอรอลในเลือดได้ และลดโอกาสเสี่ยงของโรคหัวใจ ช่วยทำให้ผิวพรรณดี กระชับ เต่งตึง ผ่องใส ผิวพรรณไม่เหี่ยวย่น และยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะโปรตีนถั่วเหลืองช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี (ต้องเป็นนมถั่วเหลืองแบบไม่ใส่น้ำตาล หรือ ไขมันต่ำ เท่านั่น) 2.ไข่ กินแล้วทำให้อิ่มนาน โดยเฉพาะมื้อเช้าถ้าเริ่มต้นด้วยเมนูไข่จะดีต่อร่างกายมากๆ เลย เพราะมีทั้งโปรตีนที่ช่วยให้อยู่ท้อง มีสารโคลีนช่วยเสริมความจำทำให้เรียนรู้เรื่อง ไอเดียคิดงานพุ่งพรวด ยิ่งกว่านั้น มีผลวิจัยออกมาว่า คนที่กินไข่เป็นอาหารเช้ามีโอกาสลดน้ำหนัก และลดเส้นรอบเอวสำเร็จได้มากกว่าคนที่กินขนมปังเป็นอาหารเช้าด้วย และที่สำคัญขึ้นชื่อว่าไข่แล้ว ก็ย่อมสามารถนำมาดัดแปลงทำเป็นอาหารได้หลากหลายโดยที่ไม่ทำให้เราอ้วน เช่า ไข่ต้ม, ไข่ตุ๋น, ไข่น้ำ, ไข่เจียวแต่ต้องใช้น้ำมันมะกอกในการทอดนะคะ 3.กล้วย ขึ้นชื่อว่ากล้วย ไม่ว่าจะ กล้วยน้ำวา กล้วยหอม ก็ช่วยทำให้ผอมได้ เพราะการลดความอ้วนด้วยกล้วย เป็นวิธีการลดน้ำหนักโดยใช้การรับประทานกล้วยหอมแทนอาหารเช้านั่นเอง เนื่องจากกล้วยให้พลังงานสูง มีเกลือแร่วิตามินหลายชนิดที่ร่างกายต้องการ […]

Continue Reading

กินแล้วนอนทันที อ้วนจริงไหม?

ปัจจัยที่ทำให้คนอ้วนหรือไม่อ้วนจริง ๆ มีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง ถ้าหากคุณจัดหนักของมันของหวานของทอด อาหารขยะก่อนนอน และไม่ได้ใช้พลังงานมากเท่ากับที่ร่างกายได้รับเข้าไปแล้ว กรณีนี้เป็นไปได้ว่ากินแล้วนอนจะทำให้อ้วนขึ้น แต่ถ้าคุณกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและออกกำลังกายเป็นประจำ การกินแล้วนอนก็ไม่สามารถที่จะทำให้อ้วนได้ เพราะฉะนั้นการกินแล้วนอนจะทำให้อ้วนหรือไม่อ้วนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกินเข้าไปและได้ใช้พลังงานจากอาหารที่กินเข้าไปมากแค่ไหน แต่อย่างไรก็ดีที่แน่ๆ การกินแล้วนอนยังส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีกมากมาย ดังต่อไปนี้ 1.กินแล้วนอนทันทีทำให้ท้องอืด หลายคนที่เคยล้มตัวลงนอนทันทีหลังจากที่กินเสร็จ คงจะเคยมีปัญหาท้องอืดกันมาบ้างแล้ว โดยจะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าอาหารที่กำลังถูกย่อยอยู่ในกระเพาะนั้นไหลมาถึงคอ บางรายมีอาการอาเจียนออกมาด้วย เพราะฉะนั้นหากอยากจะนอนให้เพลิดเพลินก็ไม่ควรนอนในระหว่างที่อาหารกำลังถูกย่อย 2.โรคกรดไหลย้อน โรคกรดไหลย้อนเกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ซึ่งกรดเหล่านี้มีความเข้มข้นสูงมาก ทำให้เกิดอันตรายต่อหลอดอาหาร และเยื่อบุในหลอดอาหารที่มีความบอบบาง กระทั่งทำให้เกิดการอักเสบตามมา 3.ทำให้นอนไม่หลับ การล้มตัวลงนอนในทันทีที่กินอิ่ม จะทำให้การหลับนอนของคุณนั้นเป็นไปอย่างไม่มีคุณภาพ อาจจะทำให้คุณต้องนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ฝันร้ายหรือหลับไม่ค่อยสนิท เพราะว่าการกินแล้วนอนทันทีกระบวนการเผาผลาญอาหารยังทำหน้าที่ไม่เสร็จสิ้น จึงส่งผลให้คุณไม่ได้หลับนอนอย่างสบายนัก กินข้าวกี่ชั่วโมงถึงนอนได้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมระหว่างการกินมื้อสุดท้ายกับการเข้านอน ควรเว้นระยะให้ห่างกันประมาณ 3 ชั่วโมงกำลังดีค่ะ และเพื่อสุขภาพที่ดี แนะนำให้ออกไปเดินเล่นสัก 30 นาทีหลังกินข้าวอิ่มแล้ว หรือพยายามหากิจกรรมที่ร่างกายได้เคลื่อนไหว เช่น ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน ทำงานบ้านสักหน่อยเพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและช่วยในการเผาผลาญแคลอรี แล้วค่อยอาบน้ำ จากนั้นก็ค่อยเข้านอน

Continue Reading

7 ประโยชน์ของอาโวคาโด ดีต่อสุขภาพจริง

อาโวคาโด อุดมไปด้วยโปรตีนชนิดย่อยง่าย, ไขมัน HDL,วิตามินและเกลือแร่มากมาย เป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว มีปริมาณน้ำตาลต่ำ เป็นแหล่งพลังงานที่ดีและเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เนื้ออะโวคาโดจะมีลักษณะเป็นครีม อ่อนนุ่ม มีรสชาติคล้ายเนย มีผิวที่มีลักษณะขรุขระ เปลือกหนา มีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกจัดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือดำ ซึ่งประโยชน์จะมีอะไรบ้างไปชมกันเลย 1.ช่วยในการย่อยอาหาร อะโวคาโดเป็นผู้ช่วยในการย่อยที่ดีสำหรับลำไส้ เพราะมีเส้นใยทั้งแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างราบรื่น กระตุ้นระบบทางเดินอาหารเพื่อให้สารอาหารถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาท้องผูกและท้องร่วงได้เป็นอย่างดี 2.มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย 3.เป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือดได้ จึงช่วยป้องกันการสะสมของไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจวาย 4.ดูแลตับ อะโวคาโด อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสียหายของตับ เนื่องจากโรคตับอักเสบซี 5.ดูแลหัวใจ สารเบต้า-ซิโตสเตอรอล ที่พบในอะโวคาโด ช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลที่ดีต่อสุขภาพ ปกป้องหัวใจจากโรคหลอดเลือดแดงตีบ เพิ่มคุณสมบัติของไขมันชนิดดี ลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL) ยับยั้งการดูดซึมของคอเลสเตอรอล ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของหลอดเลือด และหลอดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดลิ่มเลือดหัวใจและลดอาการหัวใจวาย 6.ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ จึงช่วยคงความอ่อนเยาว์ได้เป็นอย่างดี 7.ต้านมะเร็ง การรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง […]

Continue Reading

ไตวายเรื้อรัง ภัยร้ายจากเบาหวาน

โรคไตจากเบาหวาน เป็นโรคไตชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวาน โรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดโรคไตได้ ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานผู้ใหญ่เป็นโรคไตร่วมด้วย ภาวะแทรกซ้อนทางไตจะเกิดขึ้นเมื่อใด ภาวะแทรกซ้อนทางไตที่เกิดจากโรคเบาหวานโดยตรงมักเกิดขึ้นหลังเป็นโรคอย่างน้อย 5 ปี แต่ส่วนใหญ่มักเกิดหลัง 15-25 ปี โดยในระยะแรกจะไม่มีอาการใดปรากฏให้ทราบแม้จากการตรวจเลือด แต่จะทราบได้จากการตรวจปัสสาวะพบโปรตีนซึ่งมีปริมาณไม่มากในระยะต้น ต่อมาปริมาณโปรตีนจะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จนอาจมีการสูญเสียโปรตีนในปัสสาวะมาก ทำให้โปรตีนในเลือดลดต่ำลงและผู้ป่วยมีอาการบวมเกิดขึ้น ในช่วงเวลานี้การทำงานของไตอาจยังดีอยู่หรือลดลงเพียงเล็กน้อย ต่อจากนั้นจากทำงานของไตจะลดลงเป็นลำดับจนเกิดภาวะไตวาย ระยะเวลาตั้งแต่พบโปรตีนในปัสสาวะจนเกิดภาวะไตวายไม่แน่นอนเฉลี่ย 4-5 ปี ข้อที่น่าสังเกต คือ เมื่อโรคดำเนินมาถึงขั้นที่มีโปรตีนในปัสสาวะมากแล้ว ไม่ว่าจะให้การรักษาด้วยวิธีใดก็ไม่สามารถยับยั้งการเกิดภาวะไตวายได้ ดังนั้น การป้องกันจึงต้องทำตั้งแต่ระยะต้นก่อนจะมีโปรตีนออกมาในปัสสาวะ โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของโรคไตได้อย่างไร ระดับน้ำตาลกลูโคสที่สูง จะทำให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดที่อยู่ในไตของคุณ เมื่อหลอดเลือดถูกทำลายแล้ว ไตจะไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากจะมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ซึ่งส่งผลเสียทำให้เกิดความเสียหายต่อไตเช่นเดียวกัน ทำไมจึงเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต ภาวะแทรกซ้อนทางไตในโรคเบาหวานเป็นผลจากการที่น้ำตาลในเลือดสูงกว่าระดับปกติ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือดที่ไต และยังทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่เนื้อไตโดยตรงด้วย การเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่างนี้ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่ใด ซึ่งนำไปสู่การมีโปรตีนในปัสสาวะและภาวะไตวายที่สุด นอกจากนั้นปัจจัยด้านพันธุกรรมก็มีบทบาทเสริมให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตด้วย ภาวะแทรกซ้อนทางไตป้องกันได้หรือไม่ และ อย่างไร ภาวะแทรกซ้อนทางไตสามารถป้องกันได้ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าหากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จะป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางไตได้ แต่ทั้งนี้ การป้องกันต้องทำก่อนที่จะมีโปรตีนในปัสสาวะ […]

Continue Reading

ความเชื่อผิดๆ โรคเบาหวาน

1.เบาหวานเป็นโรคของคนแก่ โรคเบาหวานสามารถเกิดได้กับคนทุกช่วงอายุ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยส่งเสริมให้เกิดโรคเบาหวาน เบาหวานประเภทที่ 1 ส่วนใหญ่มักเกิดในเด็ก หรือคนอายุน้อย ส่วนเบาหวานประเภทที่ 2 ส่วนใหญ่มักเกิดในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเริ่มพบคนเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 อายุน้อยลง 2.รับประทานอาหารที่มีรสหวานมากจะทำให้เป็นเบาหวาน การรับประทานอาหารรสหวานจัดหรือมีน้ำตาลมากไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคเบาหวานเสมอไป หากมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โรคเบาหวานอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือการทำงานที่ผิดปกติของตับอ่อนทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายก็อาจทำให้เกิดเบาหวานได้ การรับประทานอาหารที่มีไขมันมากก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ เพราะไขมันอิ่มตัวมีผลต่อการออกฤทธิ์ของอินซูลิน ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร 3.เบาหวานเป็นโรคไม่น่ากลัว ใครๆก็เป็นกัน เบาหวานเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยปีละประมาณ 20,000 คน นอกจากนี้เบาหวานเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และพบว่าคนที่เป็นโรคหัวใจและเป็นเบาหวานร่วมด้วย มีความเสี่ยงเกิดอาการหัวใจวายหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมากกว่าเกือบสองเท่าของคนที่ไม่เป็นเบาหวานร่วมด้วย นอกจากนี้ หากการควบคุมเบาหวานไม่ดี ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่นตาบอด ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ เซลล์ประสาทถูกทำลาย 4.น้ำตาลและแป้งเท่านั้นที่ทำให้เป็นเบาหวาน นอกจากแป้งและน้ำตาลจะเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานแล้ว สัตว์เนื้อแดงที่มีไขมันมาก และอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ เนื่องจากไขมันอิ่มตัวจะไปยับยั้งอินซูลินให้ออกฤทธิ์ได้น้อยลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ลด ตับอ่อนจึงต้องผลิตอินซูลินออกมาเพิ่มมากกว่าปกติ ส่งผลให้ตับอ่อนทำงานหนักเกินไปและเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ดีเท่าตอนที่ยังทำงานปกติ จึงทำให้เกิดโรคเบาหวาน […]

Continue Reading

เบาหวานเลี่ยงได้

โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดหัวใจ ตา ไต สมอง และระบบประสาทส่วนปลาย การดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันโรคเบาหวาน จึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการ “งด” กินน้ำตาลเกินจำเป็น เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม “ลด” ข้าว แป้ง จากข้าวขัดขาวเป็นข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี “เพิ่ม” การกินผัก ผลไม้ หลากหลายชนิด หลายสีสลับกันทุกวัน “เริ่ม” ออกกำลังกาย เป็นประจำ สัปดาห์ละ 5 ครั้ง ครั้งละ 30 – 45 นาที หรือเพิ่มกิจกรรมทางกาย” อธิบดีกรมอนามัย การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลได้ โดยเฉพาะอาหารกลุ่มข้าวแป้ง ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเลือกกินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท โฮลเกรน ธัญพืช แทนข้าวขัดขาว เลือกกินเนื้อปลาเพราะมีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยง หนังหมู มันหมู กุนเชียง หมูยอ ไส้กรอก และเลือกใช้น้ำมันจากไขมันไม่อิ่มตัวในการปรุงอาหาร […]

Continue Reading

รู้หรือยัง เด็กก็เป็นเบาหวานได้!!

แม้โรคเบาหวานจะพบมากในคนสูงอายุ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก โรคเบาหวานที่พบในวัยเด็กและวัยรุ่นแบ่งได้ 3 ชนิด 1.โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ป่วยทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน จึงทำให้มีภาวะขาดอินซูลินตามมา 2.โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน และ 3.โรคเบาหวานที่เกิดจากสาเหตุอื่น ได้แก่ ภาวะความ ผิดปกติของสารพันธุกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาของตับอ่อน การติดเชื้อ รวมถึงยาบางชนิด โดยเบาหวานชนิดที่พบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่น ส่วนใหญ่เกิดจากเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งสาเหตุการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากภาวะความเสี่ยงทางพันธุกรรม และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ร่วมกับปัจจัยทางสภาวะแวดล้อม เช่น การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายเซลล์สร้างอินซูลินในตับอ่อน อาการของเด็กที่พบว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากมีภาวะขาดอินซูลินจึงไม่สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดเข้าไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆ มีภาวะขาดน้ำตาลหรือพลังงาน ร่วมกับการมีน้ำตาลสูงในกระแสเลือด เบาหวานในเด็ก…สังเกตได้อย่างไร คุณพ่อคุณแม่สามารถเช็คความเสี่ยงของลูกน้อยที่จะเป็นโรคเบาหวานได้จากการสังเกตพฤติกรรมการรับประทานอาหาร อย่างเด็กอ้วนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะสังเกตได้ว่าช่วงตรงคอจะมีรอยดำและหนา คล้ายกับขี้ไคลซึ่งเป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายเริ่มดื้อต่ออินซูลินแล้ว หรือหากลูกปัสสาวะบ่อยและมีมดมาตอม หิวน้ำ กินเยอะ อ่อนเพลียง่าย เมื่อมีแผลจะหายช้า ก็สามารถสันนิษฐานในเบื้องต้นก่อนได้เลยว่า ลูกเรากำลังเป็นโรคเบาหวาน แต่เพื่อความแน่นอน ควรพาไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดว่าปกติหรือเปล่า ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าปกติหลังจากอดอาหารอย่างน้อย […]

Continue Reading

อาหารช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

หากคุณมีอาการนอนไม่หลับหรือนอนหลับไม่สนิทระหว่างคืนแล้วละก็ ตัวช่วยที่ทำจะให้คุณหลับง่ายและหลับสบายจนฟ้าสว่าง ถ้าคุณกำลังเผชิญสภาวะนอนไม่หลับอยู่ล่ะก็ ควรมาลอง กล้วย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้าก็ได้ กล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยในการการนอนหลับได้เป็นอย่างดี เช่น สารอาหารกลุ่มแมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่ช่วยในการคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ กล้วยยังมีสารอาหารกลุ่มทริปโตแฟน ซึ่งเมื่อสู่ร่างกายแล้วจะกลายสภาพเป็นสารที่ทำให้สมองของเรารู้สึกปลอดโปร่ง การรับประทานกล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้าก่อนนอนจึงทำให้ให้ร่างกายและสมองของเรารู้สึกผ่อนคลาย เมล็ดอัลมอนด์ เริ่มต้นกันที่เมล็ดอัลมอนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งยานอนหลับ เพราะเมล็ดอัลมอนด์อุดมไปด้วยสารอาหารกลุ่มแมกนีเซียมที่ทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังมีปริมาณโปรตีนสูง ซึ่งช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี และควบคุมการทำงานของฮอร์โมนอะดรีนาลีนในร่างกายเพื่อให้สมองของเราสงบนิ่งและไม่ฟุ้งซ่าน ลองรับประทานเนยอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะหรือเมล็ดอัลมอนด์ 1 กำมือก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับไปพร้อมกับความรู้สึกที่ผ่อนคลาย นม โยเกิร์ต และชีส อาหารจำพวกนม โยเกิร์ต และชีส ก็อุดมไปด้วยสารทริปโตแฟนเช่นกัน แต่เมื่อพูดถึงอาหารกลุ่มนี้แล้วต้องนึกถึงปริมาณแคลเซียมที่สูงมาก ซึ่งแคลเซียมนอกจากจะช่วยซ่อมแซมกระดูกแล้วยังมีประสิทธิภาพในการช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มสมาธิได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการดื่มนม รับประทานโยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือรับประทานสลัดใส่ชีสมอสซาเรลล่า (mozzarella) ก่อนนอนก็จะทำให้คุณเผลอหลับไปได้ง่ายๆอย่างไร้ความกังวล น้ำผึ้ง กลูโคลสในน้ำผึ้งสามารถช่วยให้เรานอนหลับได้ค่ะ เนื่องจากกลูโคลสจะเข้าไปกดระดับฮอร์โมนโอเรซิน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายของเรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่เมื่อร่างกายได้รับกลูโคลสแล้ว เราจะรู้สึกสงบลง และทำให้เรานอนหลับในที่สุด ข้าวโอ๊ต โดยส่วนใหญ่แล้วเรานิยมรับประทานข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้า แต่การรับประทานข้าวโอ้ตร้อนๆก่อนนอนจะช่วยให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น เพราะข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหารแทบจะทุกชนิดที่พบได้ในอาหารกลุ่มอื่นๆที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส […]

Continue Reading
>