รู้จักกับน้ำตาล ภัยเงียบของมนุษย์

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วนะคะ

อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ว่าวันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับน้ำตาลให้มากขึ้นกัน

แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่องกันนั้น ขอบอกไว้เลยว่าโรคนี้เราคุ้นหู ไม่ว่าจะเป็น ความดัน, เบาหวาน, ไต หรือ การอักเสบชนิดต่าง ๆ สาเหตุหลักๆ นั่นคือน้ำตาล!!

มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า..

7,000 ปีก่อนคริสตกาล มนุษย์รู้จักใช้น้ำผึ้งเพื่อให้ความหวานกับอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านภาพเขียนบนหินที่พบใน สเปน เป็นภาพผู้ชายปีนไปบนไหล่เขาเพื่อจะเก็บน้ำผึ้งที่สร้างรังอยู่ในรอยแตกของหิน

ต่อมาจึงมีการคิดค้นวิธีการเลี้ยงผึ้งให้ทำรังในที่ที่เก็บน้ำผึ้งได้สะดวก จนกระทั่งมีการค้นพบพืชชนิดหนึ่งที่ให้ความหวานได้

ซึ่งก็คือต้นอ้อย

ก่อนที่จะพัฒนากรรมวิธีในการสกัดน้ำและหาวิธีให้ง่ายต่อการขนส่ง โดยทำให้อยู่ในรูปของก้อนผลึก ซึ่งก็คือ น้ำตาล นั่นเอง

ประวัติศาสตร์ของน้ำตาล อ้อย

ในระยะแรกน้ำตาลเป็นของหายากและมีมูลค่าสูงลิบ

เมื่อน้ำตาลเป็นที่รู้จักในยุโรปมันก็ได้กลายเป็นเครื่องแสดงฐานะที่จะต้องมีประดับโต๊ะอาหารหรือมีการแกะสลักก้อนน้ำตาลขนาดใหญ่เพื่อประดับประดาในงานเลี้ยงหรูหราของบรรดาชนชั้นสูง

ต่อมาชาวยุโรปรู้จักน้ำตาลผ่านงานแสดงสินค้าประจำปีที่จัดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1150 ซึ่งเป็นแหล่งรวมการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหายากจาก ท้องถิ่นอื่นๆ

ส่วนไทยเรานั้น ผลิตน้ำตาลเพื่อการส่งออกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ตามที่พบในเอกสารของครอว์ฟอร์ด ที่เข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยรัชการที่ 2 นับว่าเป็นสินค้าอุตสาหกรรมแปรรูปจากพืชเศรษฐกิจของไทยชนิดแรกที่สยามส่งเป็นสินค้าออก และน่าจะทำรายได้ให้รัฐค่อนข้างสูง และรุ่งเรืองที่สุดในยุคของรัชกาลที่ 3

จนมาถึงปี 2503-2504 ไทยก็ประสบปัญหาน้ำตาลล้นตลาด แต่อุตสาหกรรมน้ำตาลก็เป็นอุตสาหกรรมที่รัฐประกาศว่าต้อง ‘อุ้มชู’ โดยตั้ง ‘กองทุนสงเคราะห์อุตสาหกรรมน้ำตาลทราย’ เป็นกลไกที่ทำให้ราคาน้ำตาลทรายในประเทศสูงกว่า ‘ราคาจริง’ ในตลาดโลก

และใช้ส่วนเกินตรงนั้นไปอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลและการค้นคว้าวิจัย ไปจนถึงการอุดหนุนอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากน้ำตาล เช่น อุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ต้องใช้น้ำตาลในปริมาณมหาศาล ผลก็คือ การขยายตัวของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทำให้คนไทยกินน้ำตาลสูงขึ้นมาก อันเนื่องมาจากการบริโภคน้ำตาลทางอ้อมนั่นเอง

เชื่อหรือไม่ว่ารัฐไทยเคยรณรงค์ให้คนกินหวาน!?

ในยุคที่รัฐต้องอุ้มชูอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศในยุคแรก รัฐได้มีแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนหันมาบริโภคน้ำตาลมากขึ้น โดยจัดไว้เป็นหนึ่งในอาหารหมู่ที่หนึ่ง ในอาหารห้าหมู่ โดยบอกว่าการกินน้ำตาลในอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีการโฆษณา และพยายามขยายตลาดน้ำตาลทรายไปยังชนบท

ในที่สุด น้ำตาลก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยนับแต่นั้น

ก๋วยเตี๋ยวใส่น้ำตาล

จะเห็นได้ว่าน้ำตาลสร้างมาเพื่อ ผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมอาหารโดยแท้ ซึ่งถ้าย้อนไปยุคก่อนที่จะค้นพบสิ่งแปลกปลอมที่มีชื่อว่า “น้ำตาล” มนุษย์เราก็อยู่อย่างไม่มีน้ำตาลมาโดยตลอด

และนั่นจึงเป็นความเชื่อที่ผิดมาโดยตลอดว่า เติมน้ำตาล แล้วจะทำให้มีแรงตลอดวัน

ถ้าจะกล่าวให้ถูก สิ่งที่ให้พลังงาน และ มีประโยชน์คือ ไขมัน และ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนต่างหากล่ะ!

เอ๋…? แล้วที่บอกว่าไขมันคือตัวอันตราย ทำให้เส้นเลือดอุดตัน ทำให้อ้วนล่ะ? อธิบายสั้นๆนะคะ

โดยปกติแล้ว คอเลสเตอรอลในกระแสเลือดจะไหลเลื่อนไปตามหลอดเลือดได้อย่างเสรีถ้าหลอดเลือดของเราไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการอักเสบของหลอดเลือดแล้ว คอเลสเตอรอลจะจับตัวกันอุดตันในหลอดเลือดได้

แล้วการอักเสบที่ว่า สาเหตุก็มาจากน้ำตาลยังไงล่ะคะ 😊

น้ำอัดลม

เราจะเห็นได้ว่าไขมันมีคือสิ่งที่ร่างกายคนเราจะขาดไม่ได้ แต่น้ำตาลจัดเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแบบว่างเปล่า คือไม่มีคุณท่าทางอาหารเลย ดังนั้นถ้าเรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากๆ ก็จะส่งผลให้ร่างการเกิดการอักเสบเรื้อรัง เกิดความเสี่ยต่อการเป็นโรคเสื่อมต่างๆ ตามมาในที่สุด เช่นโรคเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน เส้นเลือดเลี้ยงสมองตีบตัน อัมพฤกษณ์ อัลไซเมอร์ฯลฯ

หากคุณลองไล่เรียงสถิติคนป่วยเป็นความดัน เบาหวาน ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็จะพบได้ว่ามีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทุกๆปี

ในโพสหน้าเราจะนำข้อมูลมาตีแผ่ให้คุณได้รับทราบว่า ในแต่ละปี มีผู้ได้รับผลกระทบจากโรคที่เกิดจากน้ำตาล มีเท่าไหร่บ้าง

แต่บอกไว้เลยว่าคุณจะต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นอย่างแน่นอน

ส่วนใครอ่านบทความนี้จบแล้วรู้ตัวว่าตัวเองติดหวานให้ลองลดปริมาณน้ำตาลตั้งแต่มื้อหน้าเป็นต้นไปนะคะ หากยังไม่รู้ หรือ ไม่มั่นใจ สามารถ inbox มาคุยกันได้ทุกเมื่อนะคะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ เพราะเราต้องการเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี 😊

แล้วพบกันในโพสหน้าค่ะ