เบาหวานคร่า 1 ชีวิตในทุก ๆ 6 นาที และ คุณอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับตอนที่แล้ว ได้ลดปริมาณน้ำตาลในอาหารกันบ้างมั้ยเอ่ย? หากยังไม่ได้เริ่ม ลองดูบทความนี้เป็นการเพื่อเป็นตัดสินใจนะคะ

WHO หรือ องค์การอนามัยโลก ได้มาเปิดเผยว่าพวกเขาได้คาดการณ์โดยอ้างอิงจากสถิติที่ผ่านมาว่า ในปี พ.ศ. 2583 ยอดผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเพิ่มขึ้นเป็น 642 ล้านคน ซึ่งเปรียบเสมือนภัยมืด ที่คร่าชีวิต 1 คนในทุกๆ 6 นาที เลยทีเดียว

แต่ๆๆๆ อย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะคะ แค่เพราะเห็นว่าอีกตั้งหลายปี เพราะเขาอ้างอิงจากสถิติที่ผู้ป่วยเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกๆปี ต่างหากล่ะ

เพราะในปัจจุบัน มีผู้ป่วยเบาหวานเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2 แสนคนต่อปี เสียชีวิตถึงปีละ 8,000 คน!!!

ส่วนสถิติโรคเบาหวานในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันพบว่า มีคนไทยวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คน ป่วยเป็นโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัว หรือคิดเป็นร้อยละ 9.8 ที่น่ากลัวคือ ในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานถึง 200 คน หรือประมาณชั่วโมงละ 8 คน

ปัจจัยหลักเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย และพบว่าคนรุ่นใหม่มีโอกาสเป็นเบาหวานสูงขึ้นจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป

ขออ้างอิงข้อความด้านบนสักครู่นะคะ

“ปัจจุบันพบว่า มีคนไทยวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คน ป่วยเป็นโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัว”

จากสถิติที่อ้างอิงมานี้ เป็นไปได้ว่า 1 ใน 11 คนที่ว่านี้ อาจจะเป็นคุณก็ได้!

โอเค เรามาทำเช็คลิสต์กันสักหน่อย ดูซิว่าเรามีโอกาสเป็นเบาหวาน หรือ โรคอื่นๆ จากน้ำตาล มากแค่ไหนกัน

นี่คือเช็คลิสต์แบบเบสิคบ้านๆ เลย เพราะเบาหวานชนิดที่ 2 จะเกิดจากพฤติกรรมของเราล้วนๆ

มาเริ่มกันเลย

  1. คุณตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดเมื่อไหร่? ผลเป็นอย่างไรบ้าง
    • ถ้าข้อนี้เพิ่งตรวจมาไม่เกิน 6-12 เดือน หมอบอกไม่เสี่ยง ก็ไม่ต้อง worries ไปนะคะ ข้ามไปเลยค่ะ
  2. คุณชอบตักน้ำตาลเพิ่มลงในอาหารหรือไม่?
    • อันนี้น่าเป็นห่วงนะคะ ถึงแม้จะตรวจสุขภาพแล้วยังไม่เป็นไรก็ตาม แต่หากพฤติกรรมเช่นนี้ก็เป็นพฤติกรรมเสี่ยงเช่นกัน, คุณสามารถบริโภคหญ้าหวาน หรือสารแทนความหวานอื่นๆ แทนน้ำตาลได้ ในกรณีที่กระหายความหวานมากๆ แต่เป็นไปได้พยายามลดอาการติดหวานลงจะดีที่สุดค่ะ
  3. ระหว่างวันชอบกินจุกจิกหรือไม่?
    • การกินจุกกินจิกระหว่างวัน คือการกระตุ้นอินซูลินให้หลั่ง เมื่ออินซูลีนหลั่งก็จะไปเก็บสิ่งที่เข้ามาในร่างกายเราไปกักเก็บไว้ แต่หากมันมากเกินไปก็จะถูกขับออกมาสู่กระแสเลือด และจะเกิดการอักเสบได้ค่ะ หากเป็นไปได้ให้เว้นระยะระหว่างมื้อให้นานๆ เพื่ออินซูลีนจะได้ไม่ต้องหลั่งบ่อยๆนะคะ
  4. ออกกำลังกายบ้างหรือเปล่า?
    • การออกกำลังกายจะช่วยให้เราเผาผลาญไขมัน และ น้ำตาลในร่างกายของเราได้อย่างดีเยี่ยม หากคุณไม่ค่อยชอบออกกำลัง ขอแนะนำให้เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ เช่นขยับตัวบ่อยๆ เดินนานๆ หากมีเวลาก็วิ่ง หรือ ออกกำลังกายแบเวทเทรนนิ่งก็จะช่วยให้คุณไกลโรคเหล่านี้ได้ยิ่งขึ้นค่ะ
  5. ทาน Fast Food และ น้ำอัดลม ชานมไข่มุก เป็นประจำ
    • ถ้าคุณเข้าข้อนี้ด้วย ขอแนะนำว่านานๆกินทีดีกว่าเนอะ

ถ้าคุณเข้าซัก 3 ใน 5 ข้อ เราขอแนะนำให้คุณปรับพฤติกรรมก่อนที่จะสายไปค่ะ

แต่คุณทราบหรือไม่คะว่าผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้กว่าครึ่ง รู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดัน และโรคอื่นๆที่เกิดจากน้ำตาล

แต่

พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ จนกระทั่งเลยเถิดไปสู่โรคต่างๆที่กล่าวมา และสุดท้ายก็จบลงด้วยการที่เขาเหล่านั้น ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารักอีกเลยตลอดกาล

อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะปัจจุบันวิทยาศาตร์กับการโภชนาการนั้นล้ำหน้าไปไกลมากแล้ว

โพสหน้าเราจะมาบอกว่าวิธีที่คุณจะลดน้ำตาลในเลือดเพื่อที่จะไม่ต้องเสี่ยงกับโรคที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ โดยที่คุณไม่ต้องทานยาเลย นั้นทำได้อย่างไร?

หากคุณมีวิธีดีๆ ที่จะแนะนำเรา สามารถทัก inbox เข้ามาแลกเปลี่ยนได้ตลอดเลยนะคะ ไม่แน่ ไอเดียของคุณ อาจจะอยู่ในโพสฉบับถัดไป

เพราะเราอยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี

แล้วพบกันนะคะ

Gevit